Page 42 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 42
42 ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง
การปักหลักชุมนุม การเดินขบวน การยื่นข้อเสนอเพื่อการต่อรอง ควบคู่ไปกับ
การเคลื่อนไหวที่ใช้สัญลักษณ์ และพิธีกรรมต่างๆ โดยมีเป้าหมายในแต่ละครั้ง
คือ การท�าให้เกิด “การเจรจาแบบเสมอหน้า” ซึ่งเปรียบเสมือน “ประตูบาน
ใหม่” ที่เปิดให้ผู้ไร้อ�านาจสามารถน�าเสนอปัญหาและความต้องการของตนเข้า
สู่กระบวนการต่อรองทางการเมืองได้ (ประภาส ปิ่นตบแต่ง 2541: 181) หรือ
เป็นการท�าให้ปัญหาของคนที่ระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนไม่สามารถเป็น
ปากเป็นเสียงให้เขาได้มีสิทธิมีเสียงขึ้นมาได้นั่นเอง
ความตื่นตัวทางการเมืองที่เกิดขึ้นผนวกการเปิดโปงความฉ้อฉลและความ
ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลท�าให้เกิดเสียงเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองอย่างกว้าง
ขวาง การขับเคลื่อนและกดดันเพื่อการปฏิรูปการเมืองปรากฏผลเป็นรูปธรรม
เมื่อมีการประกาศยุบสภาและมีการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2538 รัฐบาลได้จัดตั้งคณะ
กรรมการพัฒนาประชาธิปไตย (คพป.) น�าโดย ศ. นพ.ประเวศ วะสี พร้อมกัน
นั้นก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายอุทัย พิมพ์ใจชน มา
เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 211 เพื่อเปิดทางให้กับการ
ปฏิรูปการเมือง โดยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายอุทัย พิมพ์ใจชน ก็ได้มา
ท�าหน้าที่เป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และมีนายอานันท์ ปันยารชุนเป็น
ประธานอนุกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีพิมพ์เขียวจาก คพป. ควบคู่ไปกับ
การเคลื่อนไหวอย่างกว้างขวางในภาคประชาชน เป็นเหตุให้สภาผู้แทนราษฎร
ยอมผ่านร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ออกมา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เปิดโอกาส
ให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงได้มากขึ้นกว่าที่เป็นมาก่อน
เช่น การเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมาย การเข้าชื่อเพื่อเสนอให้วุฒิสภาถอดถอน
นักการเมือง เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการสร้างกลไกองค์กรอิสระต่างๆ ที่ท�า
หน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม และด�าเนินการตามกฎหมายต่อนักการเมืองที่ประพฤติ
มิชอบได้อีกหลายช่องทาง

