Page 146 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 146
146 ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง
คิดต่างจะยิ่งแตกต่างเมื่อมีการโต้แย้งกัน
ในกรณีศึกษาของเราทั้งสามกรณี เราจะเห็นได้ชัดว่าปรากฏการณ์แบ่งแยก
แตกขั้วความคิดหรือ Group polarization เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในประเด็น
นโยบายยา จนเป็นเหตุให้ต้องน�าเข้าไปพิจารณาในห้องยืดเยื้อ และยิ่งอภิปราย
กันก็ยิ่งมีท่าทีแข็งกร้าวต่อกันมากขึ้น หากการจัดการไม่เหมาะสมก็อาจพัฒนา
ไปถึงขั้นไม่สามารถประนีประนอมกันได้ หรือในกรณีของมาตรการสังคมไทยไร้
แร่ใยหิน ภาวะที่เกิดการแบ่งแยกแตกขั้วก็ปรากฏชัดในกระบวนการสมัชชาที่
ท�าให้ฝ่ายหนึ่งปฏิเสธที่จะเจรจาหารือ แต่หันไปใช้การรณรงค์นอกเวทีสมัชชา
แทน ซึ่งการหันกลับไป “สนทนากันเอง” ภายในกลุ่มของตนนี้ยิ่งจะท�าให้เกิด
ภาวะสุดโต่งเพิ่มมากขึ้น ในหนังสือชื่อ Going to Extremes: How Like Minds
Unite and Divide ของผู้เขียนเดียวกัน (Sunstein 2009) ศาสตราจารย์ซันสตีน
ท�าการศึกษาโดยน�าคนที่คิดเหมือนๆ กันมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เขาพบว่าเมื่อ
คนเหล่านี้พูดคุยในสิ่งที่คิดเห็นเหมือนๆ กันในกลุ่มคนที่คิดเหมือนๆ กัน เช่น คน
ผิวขาวที่เกลียดคนผิวสี เมื่อรวมกลุ่มคุยกันสักพักก็จะแสดงความรังเกียจเดียด
ฉันท์คนผิวสีมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มที่ไม่มีทัศนะรังเกียจคนผิวสี เมื่อคุยกับคนที่
เห็นแบบเดียวกัน ความรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งลดน้อยลงไปอีก
ปรากฏการณ์แบ่งแยกแตกขั้วหรือ Group polarization จึงเกิดได้ในทุก
เวที ทั้งในกลุ่มที่หลากหลายและในกลุ่มที่มีแต่เฉพาะคนคิดเห็นเหมือนๆ กัน แต่
จะเกิดได้มากและเร็วขึ้นเมื่อคนที่คิดเห็นเหมือนๆ กันถูกแยกหรือกันตัวเองออก
จากคนที่คิดแบบอื่น ในแง่นี้ สมัชชาสุขภาพซึ่งโดยการออกแบบเน้นที่จะให้ผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลายมาถกแถลงกัน หากมีการจัดการที่ดี ไม่ท�าให้เกิด
การแยกกลุ่มคุยกันเองมากเกินไป ก็อาจแก้ปัญหาเรื่องการแบ่งแยกแตกขั้วได้
ดังเช่นที่พบในการศึกษากระบวนการ Deliberative Opinion Polling ที่มีการ
จัดกระบวนการให้เกิดการถกแถลงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่แตกต่างกันของ

