Page 150 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 150
150 ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง
โดยภาคการเมืองที่เอื้อประโยชน์แก่ภาคธุรกิจโดยไม่มีส่วนร่วมเสนอความคิด
เห็นของภาคสังคมอื่นใด จึงเห็นได้ชัดเจนว่า กลไกการก�าหนดนโยบายที่มีอยู่
หลายกลไกต่างก็ด�าเนินไปอย่างเป็นอิสระต่อกัน ไม่มีการแลกเปลี่ยนหรือหารือ
กัน ไม่ต้องเคารพมติสมัชชาและมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งไม่สามารถตรวจสอบ
ซึ่งกันและกันได้
ในกรณีของนโยบายยาและการยุติการส่งเสริมการขายยาที่ผิดจริยธรรมนั้น
แม้นโยบายการเข้าถึงยาถ้วนหน้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมติของสมัชชาจะได้รับการ
ตอบรับจากคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา แต่ในเรื่องการส่งเสริมการขายยาที่
ผิดจริยธรรมนั้นกลับไม่มีกระแสความสนใจใดๆ จากผู้เกี่ยวข้องเลย ในแง่หนึ่ง
“ตัวละคร” ที่ควรจะเป็น “ผู้รับผิดชอบ” ต่อเรื่องนี้ดูจะไม่มีตัวตน หรือหาย
สาบสูญไปจนไม่รู้ว่าเรื่องการส่งเสริมการขายยานี้ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วน
หนึ่งของความลึกลับที่ว่านี้ เกิดจากการที่ “ผู้เสียหาย” ในเรื่องการส่งเสริมการ
ขายยาที่ไม่รับผิดชอบนั้นไม่มีตัวตนที่ชัดเจนนั่นเอง “ตัวละคร” ส่วนใหญ่เป็นผู้
ได้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทยาที่สามารถเร่งยอดการขายยาได้ แพทย์
ที่ได้รับ “สิ่งตอบแทน” จากการจ่ายยา หรือคนไข้ที่ได้รับยาไปใช้ในการรักษา
โดยที่อาจจะรู้หรือไม่รู้ถึงปัญหาหรือความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับระบบ
กล่าวโดยสรุป กระบวนการนอกสมัชชาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะสมัชชา
ไม่ได้เป็นพื้นที่สาธารณะเดียวที่การถกแถลง การต่อรอง และการผลักดันให้
นโยบายสาธารณะเกิดขึ้น การที่กระบวนการสมัชชามีจุดเด่นในแง่การใช้หลัก
ฐานและข้อมูลความรู้ในการพัฒนานโยบายและเป็นเวทีที่เน้นการมีส่วนร่วมของ
ภาคีที่หลากหลายน่าจะช่วยให้การสื่อสารและการสนทนาในเวทีหรือในแวดวง
อื่นๆ มีคุณภาพที่สูงขึ้นและมองได้รอบด้านมากขึ้น ในแง่นี้ โจทย์ส�าคัญส�าหรับ
สมัชชาสุขภาพที่จะต้องขบคิดก็คือ ท�าอย่างไรจึงจะท�าให้ “สมัชชา” มีความ
หมายส�าหรับวงการสนทนาหรือเวทีการสื่อสารอื่นๆ ท�าอย่างไรจึงจะท�าให้สิ่งที่

