Page 125 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 125
ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง 125
ต่างจากการเลือกโดยไม่มีการพูดคุยกันเลย ที่ผู้แข่งขันมักจะเลือกแบบเห็นแก่
ตัวมากกว่า (Dryzek 1987)
ข้อจ�ากัดประการที่สอง กระบวนการเชิงนโยบายที่ผ่านมานั้น มักถูกชี้น�า
ก�าหนดจากผู้เชี่ยวชาญ (หรือที่เรียกว่า Expert-centric) การวิเคราะห์และพัฒนา
นโยบายเป็นเรื่องของผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญที่ต้องได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ การ
ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของแผนงานโครงการหรือนโยบายต่างๆ ก็ต้องจัด
ท�าโดยนักวิชาการหรือนักวิจัย ยิ่งปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้องกับความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ประเด็นนโยบายทางการแพทย์และสาธารณสุข
ก็ยิ่งท�าให้ประเด็นเชิงนโยบายมีความซับซ้อนในเชิงเทคนิคมากขึ้น และยิ่งท�าให้
ประชาชนคนสามัญธรรมดามีส่วนร่วมได้ยากยิ่งขึ้นในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่
เกี่ยวข้องเหล่านี้
ผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการเหล่านี้มักจะไม่ได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ผ่าน
การเห็นชอบจากมติมหาชน แต่ก็มีบทบาทมากขึ้นในสังคมสมัยใหม่ แฟรงค์
ไวเบิร์ต (Frank Vibert) ผู้อ�านวยการของ European Policy Forum ได้เขียน
ถึงปรากฏการณ์การเรืองอ�านาจของผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ผ่านการเลือกตั้งไว้ในหนังสือ
ชื่อ The Rise of the Unelected (Vibert 2007) โดยเขาได้ให้ความเห็นว่า
สังคมสมัยใหม่ในปัจจุบันมีองค์กรผู้เชี่ยวชาญเกิดขึ้นมากมาย องค์กรเหล่านี้ท�า
หน้าที่หลายอย่างเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ ทั้งตัดสินใจเชิงนโยบาย แก้ปัญหา
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไกล่เกลี่ย และหาทางออกให้กับปัญหาการแย่งชิง
ทรัพยากร รวมทั้งมีบทบาทในการตัดสินผิดถูกในปัญหาที่มีความอ่อนไหวอีกด้วย
ไวเบิร์ตเห็นว่า หากอ�านาจของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่ถูกจัดการให้เหมาะสมด้วย
การแยกและถ่วงดุลอ�านาจให้ชัดเจน ก็จะเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยได้
เจสัน ชิลเวอร์ (Jason Chilvers) ได้ศึกษาทัศนะและปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
นักวิทยาศาสตร์กับพลเมืองในกระบวนการประเมินแผนงานด้านวิทยาศาสตร์

