Page 44 - art-HIA-22.indd
P. 44
การประชุมวิชาการ HIA เรื่อง ผลกระทบของกระบวนก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ ครั้งที่ 1
44 วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร
4) ภาพจำาลองของโครงการที่จะเกิดขึ้น หากทำาเป็นภาพสามมิติที่หมุนดูจากมุมต่างๆ ได้อาจช่วยให้
เข้าใจง่ายขึ้น
5) หากสามารถกำาหนดได้ว่าตัวชี้วัดสุขภาพของโครงการหนึ่งๆ ควรเป็นอะไรบ้าง เก็บ/วัด/ประเมินอย่างไร
ก็อาจช่วยให้ทุกภาคส่วนทำางานง่ายขึ้น
6) Training HIA ให้บริษัทที่ปรึกษาฯ (consultant) สำาหรับบริษัทที่ปรึกษาฯ ที่ทำาได้ดีแล้ว
อาจเป็นเพียงการทำาความเข้าใจร่วมกันให้ตรงกัน แนวโน้มที่ดีคือในอนาคตสภาวิทยาศาสตร์ฯ จะมีการควบคุม/สอบ/
ขึ้นทะเบียนฯ นักวิทยาศาสตร์/นักวิชาการที่ทำา EIA HIA ได้
7) ควรจัดตั้งเป็นกองทุนเก็บเงินจากสถานประกอบการที่ต้องการทำา EIA HIA แล้วมาเปิดประมูล
หาบริษัทที่ปรึกษาดำาเนินการทำา EIA HIA เพื่อบริษัทฯ สามารถทำา EIA HIA ตามหลักวิชาการได้อย่างเต็มที่
8) ควร strengthen การศึกษาเชิงคุณภาพให้มากขึ้น สำาหรับโครงการขนาดใหญ่ ในช่วงก่อสร้างและ
ดำาเนินการ ต้องประเมินว่าจะมีคนงานและครอบครัวมาอยู่ในพื้นที่นั้นเพิ่มขึ้นเท่าใดไปนานเท่าใด ต้องการบริการ
สาธารณสุข (และด้านสังคม เช่น โรงเรียน รวมทั้งทรัพยากรอื่นๆ เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ที่อยู่อาศัย) สักเพียง
ใด และโครงการควรจัดสิ่งเหล่านี้ให้โดยตรงหรือโดยอ้อมอย่างไร เพื่อจะได้ไม่เบียดบัง/แย่งชิงทรัพยากรเหล่านี้กับผู้
อยู่ก่อน แน่นอนว่าการพิจารณาในภาพรวมในเชิงพื้นที่ระดับจังหวัดหรือเล็กกว่า เป็นสิ่งที่ควรกระทำา และนี่ไม่อยู่ใน
EIA HIA รายโครงการ ที่จัดทำาและพิจารณากันอยู่ในปัจจุบัน
9) เพื่อแก้ไขการใช้ความรู้สึกในการให้ความเห็นของชาวบ้านและโรงงาน ควรแยกการเก็บข้อมูลทั้ง 4
มิติสุขภาพ (กาย ใจ สังคม จิตวิญญาณ) ออกเป็น
1) เชิงปริมาณ เก็บข้อมูลสุขภาพทางกายและใจ โดยการประเมินผลกระทบทางกายควรใช้ Risk
Assessment 4 ขั้นตอนตามที่ สผ.กำาหนดซึ่งอิงตาม NAS (National Academy of Science)
แต่ Hazard identification ควรให้ชุมชนคิดร่วมกับนักวิชาการ พิจารณาว่ามี Hazard (Physical,
Chemical, Biological) ใดบ้าง เพื่อประเมิน exposure assessment ด้วยการคาดการณ์
ล่วงหน้าว่ากิจกรรมมีอะไร และมีกระบวนการที่อันตรายอย่างไร ในส่วนของ Dose response
หากยังไม่มีข้อมูล ควรศึกษาจากกรณีที่เคยมีมาก่อน
2) เชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลสุขภาพทางสังคมและจิตวิญญาณ ควรมีวิธีคิด/Concept ที่นำาไป
ปฏิบัติได้ดี
10) การที่ชาวบ้านได้ใช้ความรู้สึกของตนเองในการให้ความเห็นต่อโครงการ/กิจกรรม อาจเป็นเพราะว่า
ชาวบ้านมีความรู้ไม่เพียงพอ ดังนั้น การให้ความรู้เรื่องระบาดวิทยาและสอนให้ชาวบ้านรู้จักระบาดวิทยาในชุมชน เพื่อ
ที่จะได้เข้าใจว่ามีเหตุปัจจัยมากมายที่ทำาให้เกิดโรคหรือผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาความขัดแย้งลงได้
11) ควรมีการ Try out ต่อในโครงการขนาดใหญ่กว่านี้
12) โครงการ/กิจกรรม ควรบอกให้ชาวบ้านได้รับทราบ ตั้งแต่ต้นว่า ชาวบ้านจะได้ผลประโยชน์ และ/
หรือเสียผลประโยชน์อย่างไร หากได้รับผลกระทบทางลบแล้ว จะมีการเยียวยาและ/หรือชดเชยอย่างไร
13) ควรให้ความสำาคัญ ให้ความรู้และความเข้าใจในการเฝ้าระวังและเก็บข้อมูล (participant,
knowledge, benefits) กับกลุ่มที่สามารถสร้างความตระหนักให้กับชาวบ้านได้ เช่น กลุ่มอนุรักษ์ และอาสาสมัคร
(อสม.) เพราะเป็นกลุ่มที่เข้าถึงชุมชน และชุมชนให้ความสำาคัญ
14) การผลักดันแนวทางการทำา HIA อาจเน้นไปที่กลุ่มอนุรักษ์ NGOs หรือกลุ่มกรรมการนักธุรกิจ
เพื่อสิ่งแวดล้อมไทย (TBCSCD) ให้เข้ามามีส่วนร่วม เพราะจะช่วยในการผลักดันสู่องค์กรอื่นๆ ได้ต่อไป

