Page 49 - art-HIA-22.indd
P. 49
การประชุมวิชาการ HIA เรื่อง ผลกระทบของกระบวนก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ ครั้งที่ 1
วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร 49
9) ควรมีหน่วยงานผู้ศึกษาข้อมูลในการทำารายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพควร
เป็นหน่วยงานกลางโดยไม่ได้มีผลประโยชน์จากเจ้าของโครงการ เพื่อการได้มาของข้อมูลที่ถูกต้องและ
โปร่งใส
10) ชุมชนควรได้มีส่วนร่วมหรือมีสิทธิ์ในการทำา EIA/EHIA ด้วยชุมชนเองด้วย ทั้งนี้จะต้องมีงบประมาณ
เครื่องมือหรือวิธีการในการดำาเนินการที่เพียงพอ
11) ควรมีหน่วยงานอิสระหรือหน่วยงานกลางขึ้นมาทำาหน้าที่จัดจ้างที่ปรึกษาให้เข้ามาศึกษาและจัดทำา
รายงานฯ เพื่อไม่ให้ถูกจำากัดจากเจ้าของโครงการอย่างเดียว
12) ควรหาวิธีการจัดทำากระบวนการมีส่วนร่วมให้มีความจริงใจอย่างแท้จริง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ
หน่วยงานเอกชน และประชาชน
13) ทุกโครงการควรทำาการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
4.2 ก�รพิจ�รณ�ร�ยง�น EIA/EHIA
1) การพิจารณารายงานฯ ควรให้พื้นที่มีโครงการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมา เพื่อพิจารณาในพื้นที่ตนเองในบาง
ประเภทโครงการ
2) ควรจัดให้มีองค์กรอิสระที่เข้ามาทำาหน้าที่ในการพัฒนาและควบคุมคุณภาพในการประเมินผลกระทบ
3) การผู้พิจารณารายงาน อาจพิจารณาอำานาจหน้าที่ให้มีการกระจายไปในระดับท้องถิ่นโดยมีหน่วยงาน
ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ ที่ครอบคลุมผลกระทบเข้าร่วมด้วย โดยไม่ควรมีหน่วยงานผู้พิจารณา
โครงการในพื้นที่เพียงหน่วยงานเดียว และจะต้องมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย
4.3 ก�รติดต�มตรวจสอบผลกระทบ ต�มม�ตรก�รในร�ยง�น EIA/EHIA
1) ควรมีหน่วยงานกลางมาดำาเนินการตรวจสอบติดตามผลกระทบ การมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ
เช่น มหาวิทยาลัยในพื้นที่ หรือผู้เชี่ยวชาญในจังหวัด และมีเครื่องมือในการตรวจติดตามที่ได้มาตรฐาน
2) ควรให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้วย
3) ควรเปิดเผยผลข้อมูลการติดตามตรวจสอบแก่ประชาชน หน่วยงานและสาธารณะได้รับทราบอย่าง
ต่อเนื่อง
4.4 ก�รแก้ไขปัญห� เยียวย�และฟื้นฟู
1) ให้มีองค์กรอิสระทำาหน้าที่ในการดูแล ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
2) ควรมีกองทุนเรื่องการแก้ไขและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และควรมีการเรียกเก็บจากผู้ก่อมลพิษ การใช้กองทุน
เยียวยา หรือกองทุนสิ่งแวดล้อมควรมีขั้นตอนและระยะเวลาที่รวดเร็ว เช่น การเบิกจ่ายอาจอยู่ที่
หน่วยงานระดับท้องถิ่นและเข้าถึงชุมชน เพื่อทันกับการแก้ไขปัญหา
3) ควรมีการทำาประกันความเสี่ยงของโครงการ เช่น การที่รัฐต้องจัดเก็บค่าภาคหลวงให้เหมาะสม
4) ให้จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และให้ประชาชนมีสิทธิ์ฟ้องได้หากรัฐไม่ได้ทำาหน้าที่
5) ควรเน้นมาตรการลดผลกระทบด้านลบ และควรเพิ่มผลกระทบด้านบวก

