Page 41 - art-HIA-22.indd
P. 41
การประชุมวิชาการ HIA เรื่อง ผลกระทบของกระบวนก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ ครั้งที่ 1
วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร 41
10) กำาหนดและวางหลักเกณฑ์ให้หน่วยงานผู้ขอรับอนุญาตหรือหน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องมีการจัดทำา
“รายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมทางยุทธศาสตร” (SEA) เพิ่มขึ้นจากการทำารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) เพื่อศึกษา และจัดทำาแผนยุทธศาสตร์
ระยะยาวว่า พื้นที่ใดสามารถพัฒนาได้หรือไม่ได้ตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์และวิศกรรม ภายใต้
กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
11) ปรับปรุงประเด็นการศึกษา เพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ให้ครอบคลุม
มีรายละเอียดในประเด็น และมิติอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบ ทางสุขภาพให้ชัดเจนไว้ในกระบวนการศึกษา กำาหนดขนาด
และประเภทโครงการที่ต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้อง และ
ครอบคลุมระดับความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้น
12) ปรับปรุงกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดทำารายงานฯ โดยให้กลุ่มประชาสังคมเข้าร่วมอย่างแท้จริง
โดยผ่านกระบวนการสร้าง และฝึกอบรม “กลุ่มอาสาสมัครนักวิจัยท้องถิ่น” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อการพัฒนา
โครงการฯ อย่างแท้จริงและลดข้อขัดแย้งกันในพื้นที่โครงการ ระหว่าง กลุ่มที่เห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการฯ
กับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งจะสร้างความแตกแยกในชุมชนท้องถิ่น
13) กำาหนดคุณสมบัติ และคัดกรองผู้เชี่ยวชาญฯ เพื่อมาทำาหน้าที่เป็นคณะกรรมการผู้ชำานาญการพิจารณา
รายงานฯ (คชก.) กำากับ และตรวจสอบการทำางานของนิติบุคคลที่รับจัดทำารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(EIA/EHIA) ให้มีคุณภาพ โดยการจัดทำาหลักเกณฑ์ตัวชี้วัด สำาหรับความผิดในการลงโทษนิติบุคคลให้ชัดเจน
เพื่อให้นิติบุคคลฯ ดังกล่าวรับทราบข้อกำาหนดตั้งแต่เบื้องต้น
14) จัดตั้งกองทุนพัฒนา และแก้ไขด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำาหนดให้โครงการที่ต้องจัดทำารายงานฯ ต้องนำา
งบประมาณตามขนาดความรุนแรงของผลกระทบใส่ไว้ในกองทุนดังกล่าว เพื่อนำาไปใช้ในการป้องกันแก้ไข และลด
ผลกระทบฯ หรือการเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ
15) กระจายอำานาจการติดตามตรวจสอบไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีความพร้อม และมีการเก็บ
ภาษีจากโครงการพัฒนาที่ตนเองจัดทำา EIA และ EHIA ให้กับท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบ
ประมาณดำาเนินงานที่เพียงพอ และจูงใจต่อการดำาเนินงาน
16) พัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ด้านความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อการศึกษา
พัฒนาองค์ความรู้ด้านความตกลงพหุภาคีระหว่างด้านสิ่งแวดล้อม (Multilateral Environmental Agreements:
MEAs) และเพื่อติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้มของการเจรจาในเวทีระหว่างประเทศ ด้านการค้า และด้าน
สิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
17) การตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมนี้แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบแรก เป็นการรวบรวมข้อมูล หรือที่เรียกว่า
การทบทวนด้านสิ่งแวดล้อม หรือการตรวจสอบเรื่องสิ่งแวดล้อม และตรวจสอบสถานที่ใช้ในกรณีที่ฝ่ายบริหารต้องการ
ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ แบบที่สอง เป็นการตรวจสอบ เพื่อยืนยืนว่ามีการปฏิบัติตามข้อบังคับ และเงื่อนไขที่กำาหนด
ไว้ เช่น การตรวจสอบว่าเป็นไปตามข้อกำาหนด และการตรวจสอบแบบ due-diligence audits
18) ปรับปรุงวิธีการประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อม ได้แก่
- วิธีการประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยในการตัดสินใจการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง
จำากัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- วิธีการประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยกำาหนดมาตรการทางเศรษฐศาสตร์จูงใจให้ปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมการผลิต และการบริโภค
- วิธีการประเมินมูลค้าสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร การคิด
ค่าชดเชย และค่าเยียวยาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม

