Page 19 - art-HIA-22.indd
P. 19

การประชุมวิชาการ HIA เรื่อง ผลกระทบของกระบวนก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ ครั้งที่ 1
                                   วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร             19




                         เราทุกคนคงอยากเห็นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่ทำาร้ายสุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน

                  ไม่แสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดีจนเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม    เราอยากเห็นธุรกิจที่มีความรับ
                  ผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ไม่มุ่งหวังแต่ผลกำาไรมหาศาล หากจะต้องเคารพสิทธิชุมชน วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
                  ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่จะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดจากมลพิษ ถ้าสามารถทำาได้ก็คงไม่มีการประท้วง
                  เรียกร้องของชาวบ้าน ไม่จำาเป็นต้องมีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในกฎหมายรัฐธรรมนูญ


                  HIA : สถ�นะท�งกฎหม�ย ที่เกี่ยวกับก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ
                         สำาหรับประเทศไทย  ได้ตื่นตัวเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ  และให้ความสำาคัญกับการประเมินผลกระทบทาง

                  สุขภาพ (HIA) โดยระบุไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.
                  2550 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยมีเนื้อหาดังนี้
                         รูปแบบก�รทำ� HIA
                         การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) มีการทำาได้ 4 รูปแบบ ดังนี้
                         1) กรณีโครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง  ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม
                  ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพตามมาตรา 67 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
                         2) กรณีการกำาหนดนโยบายสาธารณะและการดำาเนินกิจกรรมด้านการวางแผนพัฒนา
                         3) กรณีบุคคลหรือคณะบุคคลขอใช้สิทธิ ตามมาตรา 11 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550
                         4) กรณีในฐานะกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของสังคม


                  1. รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550

                         รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ไว้ในมาตรา 67 ดังนี้
                         “สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำารุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากร
                  ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำารงชีพ
                  อยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตร�ยต่อสุขภ�พอน�มัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิต

                  ของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม
                         การดำาเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง  ทั้งทางด้านคุณภาพ
                  สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำามิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษ�และประเมินผลกระทบต่อคุณภ�พ
                  สิ่งแวดล้อมและสุขภ�พของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วน
                  ได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้
                  แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ  ให้ความเห็นประกอบ
                  ก่อนมีการดำาเนินการดังกล่าว
                         สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น
                  ของรัฐ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ย่อมได้รับความคุ้มครอง”

                         จากบทบัญญัติดังกล่าว  จะเห็นได้ว่า  หากโครงการหรือกิจกรรมใดๆ  ที่มีลักษณะเข้าข่ายและสอดคล้อง
                  กับการกำาหนดประเภทและขนาดโครงการ  ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จะต้องมีการ
                  ดำาเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้
                         1) การจัดทำารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)
                         2) การจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
                         3) การให้ความเห็นขององค์การอิสระ เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจดำาเนินการโครงการ
   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24