Page 18 - art-HIA-22.indd
P. 18

การประชุมวิชาการ HIA เรื่อง ผลกระทบของกระบวนก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ ครั้งที่ 1
              18                            วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร




                     ข่าวคราวการเรียกร้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง

              โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ  มีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต  บางกรณีมีการต่อสู้เรียกร้องเป็นเวลานานนับสิบปี
              เช่น  กรณีชาวบ้านในอำาเภอแม่เมาะ  จังหวัดลำาปางที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ  ซึ่งเป็นผลกระทบจากเหมือง
              ถ่านหินลิกไนต์เพื่อผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2552
              ศาลปกครองเชียงใหม่ตัดสินให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพได้รับค่าเสียหายจาก  กฟผ.  หรือกรณีจังหวัด
              ระยองที่เป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานปิโตรเคมีในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด พบว่ามีตัวเลข
              ผู้ป่วยโรคมะเร็งสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ และทำาให้พืชผลทางเกษตรได้รับความเสียหายจากสารเคมี ฝุ่นละออง
                     สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาสุขภาพของผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนนั้นๆ แม้ว่าโครงการจัดตั้งโรงงาน

              อุตสาหกรรมหรือการทำาเหมืองถ่านหินจะผ่านการพิจารณาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  (EIA)  ตาม  พ.ร.บ.
              ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 แล้วก็ตาม
                     อีกทั้งยังก่อให้เกิดความขัดแย้ง  แตกแยกของคนในชุมชน  วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป  เกิดปัญหาสังคม
              อาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้น  สาเหตุของปัญหาน่าจะเกิดจากโครงการเหล่านี้ขาดการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ
              สิ่งแวดล้อม  สังคม  คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างรัดกุมและรอบด้าน  ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
              อาจไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง  ครบถ้วนจากเจ้าของโครงการ  คนในชุมชนไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการรับฟังความเห็น
              ที่เปิดกว้าง เป็นกลาง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ


              ก�รประเมินผลกระทบด้�นสุขภ�พ กับก�รแก้ไขปัญห�

                     การบัญญัติเรื่อง  HIA  นี้ไว้ในรัฐธรรมนูญย่อมถือเป็นเรื่องสำาคัญ  อันเป็นผลจากการผลักดันของภาคส่วน
              ต่างๆ ทั้งนักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งจะเป็นทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น
              ได้อีกทางหนึ่ง
                     “การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ”  (HIA)  ครอบคลุมการประเมินผลกระทบทั้งด้านดีและด้านเสียของ
              นโยบาย  แผนงาน  โครงการทุกแง่มุม  การประเมินด้านเสียมีประโยชน์ในการป้องกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
              ส่วนการประเมินด้านดีก็จะมีส่วนช่วยพัฒนาสุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น
                     อนึ่งคำาว่า “สุขภาพ” นี้มีความหมายกว้างคือ เป็นภาวะสมบูรณ์ทางกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม ที่เชื่อม

              โยงกันอย่างเป็นองค์รวม  (คำานิยามตาม  พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ)  จะเห็นได้ว่าการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ
              จึงมิใช่การปฏิเสธการพัฒนาทางอุตสาหกรรมแต่อย่างใด  หากเป็นการให้โอกาสให้มีกระบวนการพิจารณาผลกระทบ
              ต่อสุขภาพอย่างรอบด้าน  เพื่อให้ผู้มีอำานาจตัดสินใจสามารถนำามาใช้เป็นข้อมูลสำาคัญในการกำาหนดนโยบายของ
              หน่วยงานของรัฐ และการดำาเนินโครงการ กิจกรรมของภาคธุรกิจเอกชนที่อาจส่งผลกระทบถึงคนในพื้นที่
                     ดังนั้นการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพตามมาตรา  67  วรรคสองของรัฐธรรมนูญ  จึงน่าจะเป็นเครื่องมือ
              ที่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานหรือผู้มีอำานาจตัดสินใจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เป็นหลักประกันสุขภาพประชาชน
              ในขณะเดียวกันจะช่วยลดผลเสียต่อสุขภาพให้น้อยที่สุด  การประเมินนี้มิได้แยกขาดจากการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม
              เศรษฐกิจ  สังคมหรือความเสี่ยงอื่นๆ  แต่อย่างใด    HIA  จึงน่าจะช่วยแก้ไขจุดอ่อน  ข้อบกพร่องของการประเมิน
              ที่ใช้อยู่ในประเทศไทย เช่น การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือการจัดทำารายงานอีไอเอ (EIA) ซึ่งหลายโครงการ

              ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความน่าเชื่อถือของกระบวนการจัดทำารายงาน การพิจารณาเห็นชอบ การอ้างข้อมูลหลักฐาน
              ทางวิชาการ การตรวจสอบการปฏิบัติตามรายงานอีไอเอของเจ้าของโครงการ
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23