Page 67 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 67
ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง 67
ความพยายามที่จะก้าวพ้นกระบวนทัศน์ทางการแพทย์ที่คับแคบและก้าวข้ามข้อ
จ�ากัดของประชาธิปไตยแบบตัวแทน (Representative democracy) (โกมาตร
จึงเสถียรทรัพย์ 2548: 161-162)
นับตั้งแต่การประชุมสาธิตสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในปี พ.ศ. 2543 เป็นต้น
มา ส�านักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติหรือ สปรส. ได้ร่วมกับเครือข่าย
ประชาคมสุขภาพต่างๆ จัดประชุม “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” ขึ้นต่อเนื่องกันมา
รวม 7 ครั้งก่อนที่จะมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550
และมีการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติอย่างเป็นทางการตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่ง
ชาติขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2551 ท�าให้การประชุมครั้งนั้นถูกนับเป็น “สมัชชา
สุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 1” และมีการจัดต่อเนื่องมาทุกปี โดยนอกจากสมัชชา
สุขภาพในระดับชาติแล้ว พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติยังได้ระบุให้มีการจัดสมัชชา
สุขภาพเฉพาะพื้นที่และสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นควบคู่ไปด้วย
หลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ รูปแบบสมัชชาสุขภาพ
ได้เกิดการปรับเปลี่ยนครั้งส�าคัญอีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้
แต่งตั้ง คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ขึ้นโดยมี นพ.สุวิทย์
วิบุลผลประเสริฐ ผู้คุ้นเคยและมีความเข้าใจเกี่ยวกับการประชุมสมัชชาองค์การ
อนามัยโลกเป็นอย่างดีเป็นประธานกรรมการ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ได้
ประยุกต์เอากระบวนการประชุมของสมัชชาองค์การอนามัยโลกมาใช้ แม้ว่ารูป
แบบและระเบียบการประชุมจะคล้ายคลึงกับสมัชชาองค์การอนามัยโลก แต่จุด
ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็คือระบบโครงสร้างทั้งหมดของสมัชชา ทั้งสถานภาพ
และศักยภาพของส�านักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและคณะกรรมการ
จัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติก็แตกต่างไปจากคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัย
โลก ที่ส�าคัญสมัชชาองค์การอนามัยโลกเป็นการประชุมสมัชชาของผู้แทน
ประเทศสมาชิกทั้งหมด ในขณะที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติของประเทศไทยมีผู้เข้า

