Page 60 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 60
60 ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง
สลายไป คู่ขัดแย้งใหม่ๆ เกิดขึ้นพร้อมกับอัตลักษณ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตลักษณ์
ทางชาติพันธ์ุ ทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางการเมืองอื่นๆ ก็ตาม
Deliberative democracy ดูจะเป็นค�าตอบที่ดีส�าหรับปัญหานี้ เพราะ
การเกิดขึ้นของอัตลักษณ์นั้นต้องการพื้นที่เพื่อการแสดงออกและต่อรองกันอย่าง
น้อยก็พอๆ กับพื้นที่เพื่อการลงคะแนนเสียง ดังที่ ซิโมน แชมเบอร์ส (Simone
Chambers) ได้อธิบายว่า การเมืองแบบเดิมที่เน้นการลงคะแนนเสียงนั้นเห็น
ประชาธิปไตยเป็นเวทีที่ความคิดเห็นและผลประโยชน์ที่ตายตัวมาต่อสู้กันเพื่อ
รวบรวมตัวเลขการลงคะแนนเสียงที่มากกว่า ด้วยการแบ่งพวกเขาพวกเราที่
ชัดเจน ส่วนใน Deliberative democracy นั้นอนุญาตให้มีการแสวงหาทางออก
ร่วมกันผ่านความเข้าใจข้อแตกต่างและการต่อรองที่คู่กรณีมีโอกาสชี้แจงและ
อธิบาย (Talk-centric) ผ่านการถกแถลงและไตร่ตรองร่วมกัน (Deliberation)
โดยถือว่าการลงคะแนนเสียง (Voting) เป็นเพียงวิธีการหนึ่งของการหาข้อยุติ
เท่านั้น (Chambers 2003)
ในเชิงนโยบายสาธารณะนั้น ช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ศาสตร์ว่าด้วยการ
พัฒนานโยบายสาธารณะได้ปรับเปลี่ยนจากการเน้นวิธีการแบบ Expert-cen-
tered policy มาเน้นการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง (Fischer and J 1993)
โดยเฉพาะการใช้กระบวนการถกแถลงและไตร่ตรองร่วมกัน (Deliberation) ที่
พบเห็นได้ทั้งในด้านนโยบายที่เกี่ยวกับนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม (Dryzek
1987) นโยบายด้านสุขภาพ (Maxwell et al. 2002) ด้านการศึกษา (Winton
2010) และนโยบายด้านเกษตร รวมทั้งเน้นความคิดเห็นของประชาชนต่อ
ประเด็นปัญหาใหม่ๆ ที่ซับซ้อนเช่น ชีวจริยศาสตร์ พืชตัดต่อพันธุกรรม (PEALS
2003) หรือเรื่องความเป็นธรรมในระบบการค้าโลก โดยมีรูปแบบการจัดการที่
หลากหลาย เช่น ประชาเสวนา (Citizen dialogue, civic assembly, citizen
conference) ลูกขุนพลเมือง (Citizen Jury) การส�ารวจความเห็นก่อนและหลัง

