Page 54 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 54
54 ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง
ปกครองที่ใช้ความเห็นส่วนรวมในการตัดสินใจและเน้นการประชุมปรึกษาหารือ
กัน ซึ่งก็คือหลักการส�าคัญของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมนั่นเอง
3.3 สัญญาประชาคม ประชาสังคม และพื้นที่สาธารณะ
ปรัชญาการเมืองตะวันตกมีจุดเปลี่ยนส�าคัญคือการแยกจากกันของ
อาณาจักรและศาสนจักร เมื่ออ�านาจแห่งราชอาณาจักรถูกแยกขาดจาก
ศาสนจักร ความชอบธรรมจากอ�านาจเทวสิทธิ์ (Divine right) ของกษัตริย์ก็หมด
ไป นักคิดเช่น Thomas Hobb และ John Locke อธิบายความชอบธรรมใหม่
โดยอ้างที่มาของอ�านาจรัฐว่าเกิดจากการยินยอมพร้อมใจกันของผู้คนในสังคมที่
จะจัดระเบียบความเป็นอยู่ร่วมกันด้วยการมอบอ�านาจให้กับผู้น�าให้ท�าหน้าที่
แทนตนในนามของส่วนรวม ซึ่งเรียกว่า ทฤษฎีสัญญาประชาคม (Social Con-
tract Theory) ทฤษฎีนี้ต่อมาได้กลายเป็นรากฐานของการปฏิวัติประชาธิปไตย
ในยุโรปและเป็นจุดเริ่มต้นส�าคัญของประชาธิปไตยแบบตัวแทน
ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จวบจนถึงช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 การมีส่วน
ร่วมของประชาชนในทางการเมืองขยายตัวมากขึ้นพร้อมๆ กับการเติบโตของ
องค์กรภาคประชาสังคม (Saligman 1992: 15-18) การค้าและพานิชยกรรม
ระหว่างประเทศที่เจริญก้าวหน้าได้ก่อให้เกิดกลุ่มพ่อค้าวานิชย์ที่มั่งคั่งขึ้น สถาน
ที่สาธารณะกลายเป็นที่พบปะชุมนุมกันของชนชั้นกลางใหม่ที่มาจับกลุ่มพูดคุย
เรื่องราวเกี่ยวกับสังคมและความเป็นอยู่ของพวกเขา ใน “ปริมณฑลสาธารณะ”
หรือ Public sphere นี้เองที่ประชาสังคม (Civil society) ได้ก่อตัวขึ้นในยุโรป
ตะวันตก (Habermas 1989) การก�าเนิดขึ้นของพื้นที่สาธารณะและชนชั้นกลาง
ที่มีความตื่นตัวทางการเมืองนั้นได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและ
ปัจเจกชน พลเมืองมีสิทธิที่จะใช้ความคิดอิสระของตนวิพากษ์หรือแสดงความ
คิดเห็นต่อกิจการสาธารณะและทวงถามหรือท้าทายอ�านาจรัฐได้

