Page 36 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 36
36 ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง
ประการแรก การมีร่วมในเวทีสาธารณะต่างๆ มักให้ความส�าคัญกับผลลัพธ์
และเป้าหมายที่ก�าหนดไว้แล้วอย่างตายตัวมากกว่าที่จะให้ความส�าคัญกับผู้เข้า
ร่วมในฐานะมนุษย์ที่มีประสบการณ์ มีความรู้สึกนึกคิดและจิตใจ การประชุมที่
มีลักษณะกลไกนี้ได้ละเลยมิติของประสบการณ์ที่มีอารมณ์ความรู้สึกออกไปจน
หมดสิ้น
ประการที่สอง กระบวนการร่วมไตร่ตรองหรืออภิปรายในเวทีต่างๆ ที่เป็น
อยู่ มีแนวโน้มที่จะละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นใน
เวที (รวมทั้งพฤติกรรมของประธานและกระบวนกร) ล้วนมีผลต่อการด�าเนินไป
ของกระบวนการและผลลัพธ์ (Proceeding and outcome) การไม่ให้ความ
สนใจกับปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ ท�าให้มติและข้อถกเถียงมักถูกรายงานราวกับ
เป็นข้อเท็จจริงมากกว่าที่จะสะท้อนพลวัตการต่อรองและปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
ผ่านการแสดงบทบาทที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่เข้าร่วม
ข้อเสนอของฮาร์วีย์ในบทความชิ้นนี้คือ เวทีส�าหรับการมีส่วนร่วมของ
สาธารณะนั้นจ�าเป็นต้องมีลักษณะการสนทนาที่เน้นอารมณ์ความรู้สึก (drama-
turgical) ควบคู่ไปด้วย นอกจากนั้น ยังต้องท�าการวิเคราะห์วาทกรรมและบท
สนทนา (discourse and conversation analysis) รวมทั้งส่งเสริมการศึกษา
แบบชาติพันธุ์นิพนธ์ (ethnography) และปรากฏการณ์วิทยา (phenomeno-
logy) เพื่อให้เข้าใจกระบวนการสร้างและนิยามความหมาย และเพื่อประเมินการ
มีส่วนร่วมในภาคปฏิบัติการให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ เจสัน ชิลเวอรส์ (Jason
Chilvers) ที่ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์เชิงอ�านาจระหว่างพลเมืองกับผู้เชี่ยวชาญใน
การถกแถลงและไตร่ตรองร่วมกัน และเสนอให้มีกลไกที่ป้องกันไม่ให้ผู้มีความ
ช�านาญวิชาการต่างๆ มีอ�านาจเหนือกว่าคนอื่น เพราะมิเช่นนั้นแล้ว การถกแถลง
เพื่อมีส่วนร่วมในทางสาธารณะก็ไม่อาจจะเปิดกว้างให้กับความหลากหลายและ
ความแตกต่างได้ ซึ่งนอกจากจะท�าให้ผลที่ได้ถูกก�าหนดโดยผู้มีส่วนได้เสียเพียง

