Page 26 - art-HIA-22.indd
P. 26
การประชุมวิชาการ HIA เรื่อง ผลกระทบของกระบวนก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ ครั้งที่ 1
26 วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร
จึงเป็นข้อจำากัดทำาให้ EIA/EHIA เป็นเพียงมาตรการเชิงรับและไม่มีประสิทธิภาพสำาหรับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
เท่าที่ควร ส่งผลให้เกิดผลกระทบและความขัดแย้งต่อชุมชนบริเวณรอบโครงการ/กิจการนั้นๆ เช่น กรณีนิคม
อุตสาหกรรมมาบตาพุด จากปัญหาปล่อยมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ใกล้เคียง จนเกิดกระแสการเรียกร้องของภาค
ประชาชนต่อการหาแนวทางแก้ไขและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นแนวทางแก้ไขจึงควรมีการยกระดับรายงาน EIA
ให้ครอบคลุมการพัฒนาในระดับนโยบายหรือระดับพื้นที่ เพื่อเอื้อต่อการวางแผนนโยบายและพัฒนาพื้นที่ระดับต่างๆ
อย่างยั่งยืน อนึ่ง แม้ว่าในปัจจุบันได้มีมติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (เมื่อ 9 มิถุนายน 2552) กำาหนด
ให้มีการทำาการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment :SEA) แต่ยังขาดความ
เชื่อมโยงระหว่างการทำา SEA กับ EIA/ EHIA
3.1.2 การศึกษาความเหมาะสมและคุ้มประโยชน์ (Feasibility Study) ของโครงการ/กิจการ
พบปัญหาใน 2 ลักษณะ คือ
(1) การแยกส่วนการศึกษาจากรายงาน EIA/EHIA ทำาให้ EIA/EHIA ไม่สามารถมีบทบาท
ในการพิจารณาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหรือยับยั้งโครงการที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผล
กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ขาดการมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำาและคัดเลือก
พื้นที่โครงการ รวมถึงปิดกั้นการแสวงหาทางเลือกอื่นที่มีความคุ้มค่ากว่า โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในโครงการพัฒนาขนาดใหญ่
(2) การไม่รวมต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง อย่างต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและต้นทุนทางสังคม ทำาให้
ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบิดเบือนและสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่อง
3.1.3 แม้กระบวนการจัดทำา EIA/EHIA จะมีกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น
ภาคประชาชน (Public Hearing) มากขึ้น แต่ในการดำาเนินงานจริงยังขาดการจัดกระบวนการมีส่วนรวมอย่างมี
ความหมาย กลายเป็นรูปแบบพิธีกรรมที่จัดเพื่อให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำาหนด นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้าน
ความโปร่งใสของการดำาเนินการ ความไว้ใจและเชื่อถือจากภาคประชาชน ตัวอย่างกรณีปัญหาในอดีต เช่น กรณี
โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (โรงไฟฟ้าหินกรูด-บ่อนอก) ที่มีการเคลื่อนไหวคัดค้านของชุมชน
ในพื้นที่อย่างเข้มข้น จนเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุเริ่มต้นจากการ
ที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนผู้ดำาเนินโครงการ ขาดการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการ (ที่ถูกต้อง) ของโครงการ
และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกระดับในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้และแสดงความคิดเห็นในระดับที่เพียงพอ
และมีความหมาย
3.1.4 ประเด็นทางด้านกฎหมาย พิจารณาได้เป็นเรื่อง
(1) ความสัมพันธ์ที่ไม่สอดคล้องของระบบ EIA/EHIA กับกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ
ดำาเนินโครงการ เช่น กฎหมายผังเมือง กฎหมายด้านอุตสาหกรรม พระราชบัญญัติการ
นิคม กฎหมายด้านการก่อสร้างอาคาร กฎหมายที่รองรับมาตรการลดผลกระทบด้าน
สุขภาพ เป็นต้น พบว่าบางกรณีในขณะที่รายงาน EIA/EHIA ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ
ตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่มีการดำาเนินโครงการหรือกิจกรรมตามขั้นตอนของ
กฎหมายอื่นๆ ไปล่วงหน้า และกลายเป็นแรงกดดันต่อการพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อ
รายงาน EIA/ EHIA
(2) ความล้าสมัยของเนื้อหา บทบัญญัติ การจับปรับและบทลงโทษของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(3) ยังไม่มีกฎหมายที่ให้อำานาจในการพิจารณายับยั้งหรือระงับโครงการแก่หน่วยงาน
ที่รับผิดชอบพิจารณาโครงการ เช่น คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (กก.วล.) และคณะ
กรรมการผู้ชำานาญการ (คชก.)

