Page 25 - art-HIA-22.indd
P. 25
การประชุมวิชาการ HIA เรื่อง ผลกระทบของกระบวนก�รประเมินผลกระทบท�งสุขภ�พ ครั้งที่ 1
วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร 25
ก�รปฏิรูประบบก�รวิเคร�ะห์ผลกระทบด้�นสิ่งแวดล้อมและสุขภ�พ (EIA/EHIA)
กับมติสมัชช�สุขภ�พแห่งช�ติ ฉบับที่ 5 พ.ศ.2550
จากการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 (ปี 2555) ซึ่งจัดโดยสำานักงานคณะกรรมการสุขภาพ
แห่งชาติ (สช.) ได้มีมติรับรองวาระ 5.6 เรื่อง แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการวิเคราะห์ผลกระทบด้าน
สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA/EHIA) โดยมีสถานการณ์ปัญหา ผลกระทบ และข้อเสนอแนะ ดังนี้
สถ�นก�รณ์ปัญห�และผลกระทบ
1. ระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ของประเทศไทย
ได้พัฒนาและดำาเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือและกลไกที่สำาคัญในการพิจารณาเห็นชอบของหน่วยงานภาครัฐต่อการอนุมัติ
โครงการพัฒนาที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อเนื่องถึงสุขภาพของประชาชนซึ่งโครงการจะต้องมีการ
จัดทำารายงาน EIA ที่ประกอบด้วยการคาดการณ์และประเมินผลกระทบ รวมถึงการหามาตรการป้องกัน/จัดการ/ลด
และตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ผ่านมา ระบบและโครงสร้างของการจัดทำารายงาน
EIA มีปัญหาในหลายด้านจนส่งผลให้เกิดความขัดแย้งภายในสังคมตามมามากมาย เนื่องจากไม่ได้มีการปรับปรุงพัฒนา
ระบบและโครงสร้างให้มีความสอดคล้องและเท่าทันกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม
ทางการเมือง ดังหลายๆ กรณีที่รายงาน EIA ที่ผ่านความเห็นชอบจากภาครัฐไม่ได้รับความเชื่อถือและยอมรับจาก
ภาคประชาชน (โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการ) ในขณะที่เจ้าของโครงการบางส่วนมีทัศนคติต่อรายงานในแง่
อุปสรรคต่อการขออนุมัติโครงการ จึงไม่เกิดการนำามาตรการและข้อเสนอแนะต่อการลดผลกระทบจากโครงการที่อยู่
ในรายงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบกิจการและชุมชนอย่างแท้จริง อีกทั้งรายงานในระยะแรกๆ ให้ความ
สำาคัญต่อผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนที่น้อยอยู่มาก โดยมีตัวอย่างกรณีความขัดแย้งในอดีต เช่น โรงไฟฟ้า
แม่เมาะ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ฯลฯ จึงได้เกิดความพยายามในการปรับปรุงระบบ EIA เรื่อยมา
2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้บัญญัติและให้ความสำาคัญต่อการศึกษาและการ
ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการ
ดำาเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านสภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร
ธรรมชาติและสุขภาพ ทำาให้ในปี พ.ศ.2552 จึงได้มีการผนวกการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact
Assessment : HIA) เข้ามารวมในรายงาน EIA เดิม ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จนเกิดเป็นรายงาน
EIA (กรณีโครงการพัฒนาระดับปกติ) และ EHIA (Environmental & Health Impact Assessment : EHIA)
(กรณีโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน) ปัจจุบันมีโครงการหรือกิจการที่ต้องทำารายงาน
EIA รวม 35 ประเภท ในขณะที่โครงการหรือกิจการที่อาจให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนที่ต้องจัดทำา EHIA
รวม 11 ประเภท อย่างไรก็ตาม แม้ระบบ EIA/EHIA จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงพบปัญหา
ความขัดแย้งทางสังคมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นถึงรากของปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบที่ยัง
ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงจนทำาให้เกิดข้อจำากัดต่อการทำาหน้าที่เป็นเครื่องมือและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ต่อการป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และปัญหาดังกล่าวได้อีกต่อไป
3. ปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบของการดำาเนินงาน EIA/EHIA แบ่งออกเป็นปัญหาเชิงหลักการและระบบ
ปัญหาการจัดทำารายงาน ปัญหาการพิจารณารายงานและปัญหาการติดตามตรวจสอบและประเมินผล โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
3.1 ปัญหาเชิงหลักการและระบบ ได้แก่
3.1.1 EIA/EHIA เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบเฉพาะระดับโครงการเท่านั้น อีกทั้งยังขาดการศึกษา
ในประเด็นขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) ของพื้นที่ทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและสุขภาพ)

