Page 145 - art-HIA-22.indd
P. 145

¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
                                   วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร           145




                  โดยยึดบทบาทและภารกิจของตนเองเป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและจำากัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ที่

                  รับผิดชอบ เช่น เฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับประทานบัตรเท่านั้น โดยไม่ได้คำานึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพรวม นอกจากนั้น
                  งบประมาณที่จัดสรรเพื่อใช้ในการเยียวยาปัญหาโดยมากเป็นงบประมาณเฉพาะกิจของแต่ละหน่วยงาน  ที่จะนำามาใช้
                  เฉพาะการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ในบางกรณีการแก้ไขปัญหาต้องใช้ระยะเวลานานและต่อเนื่อง ในหลายๆ
                  กิจกรรม เช่น กรณีปัญหาการปนเปื้อนของสารตะกั่วในแหล่งน้ำาบริเวณอำาเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งส่งผล

                  ให้ประชาชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวมีโอกาสสูงที่จะได้รับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย  และจะนำาไปสู่ปัญหา
                  ต่อสุขภาพ
                            (2) ข�ดกลไกท�งก�รคลังที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภ�พ ปัจจุบันประเทศไทยยังขาดกลไกทางการคลัง
                  ที่เป็นธรรม  และมีประสิทธิภาพ  อาทิเช่น  การมีกองทุนฉุกเฉินเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาเชิงสาธารณะ  โดยกองทุน
                  ดังกล่าวควรมีบทบาทในการจัดการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในกรณีที่ไม่สามารถระบุแหล่งกำาเนิดมลพิษหรือผู้กระทำา
                  ผิดได้ หรือในกรณีที่กิจกรรมเหมืองแร่ปิดกิจการมาเป็นเวลานานแล้ว นอกจากนั้น กองทุนดังกล่าวควรทำาหน้าที่บรรเทา

                  ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างฉุกเฉินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การสูญเสียรายได้ และการฟ้องร้อง
                  คดีความ โดยภายหลังจากที่คดีความถึงที่สุดแล้ว ควรมีการนำาเงินค่าชดเชยที่ได้จากการฟ้องร้องคดีความกลับคืนเข้า
                  กองทุน เพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืนในระยะยาว
                            (3) โครงสร้�งก�รจัดสรรค่�ภ�คหลวงแร่ที่ไม่เป็นธรรม  ในปัจจุบันค่าภาคหลวงแร่ที่จัดเก็บได้จากการ
                  ประกอบกิจกรรมทำาเหมืองแร่  ถูกกำาหนดให้มีการจัดสรรดังนี้  ส่วนที่  1  ร้อยละ  40  ให้หักส่งเป็นรายได้ของรัฐ

                  ส่วนที่  2  ร้อยละ  20  จัดสรรให้กับองค์การบริหารส่วนตำาบล  หรือเทศบาลที่มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ประทานบัตร
                  ส่วนที่ 3 ร้อยละ 20 จัดสรรให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ประทานบัตร ส่วนที่ 4 ร้อยละ
                  10  จัดสรรให้กับองค์การบริหารส่วนตำาบล  และเทศบาลอื่นที่อยู่ภายในจังหวัดที่มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ประทานบัตร
                  และส่วนที่  5  ร้อยละ  10  จัดสรรให้กับองค์การบริหารส่วนตำาบล  และเทศบาลในจังหวัดอื่น  แต่พบว่า  ปัญหา
                  สิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดจากการพัฒนาทรัพยากรแร่  ไม่เพียงส่งผลกระทบเฉพาะในพื้นที่ประทานบัตรเท่านั้น
                  แต่ได้กระจายผลกระทบครอบคลุมไปถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง  และพื้นที่ท้ายน้ำาที่อยู่ห่างออกไปด้วย  ทำาให้องค์กร

                  ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ ต้องมีภาระในการเยียวยาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ การกำาหนดค่า
                  ภาคหลวงแร่ในปัจจุบันยังไม่สะท้อนถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสของการใช้ทรัพยากรแร่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม
                  และสุขภาพ
                         3. ก�รติดต�ม ตรวจสอบ และเฝ้�ระวังไม่มีประสิทธิภ�พ และข�ดคว�มเป็นเอกภ�พ
                            (1) ข�ดก�รติดต�ม ตรวจสอบก�รปฏิบัติต�มเงื่อนไขของร�ยง�นก�รวิเคร�ะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

                  อย่�งเคร่งครัด การดำาเนินงานที่ผ่านมา พบว่า การติดตามตรวจสอบโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน และองค์กร
                  ปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในส่วนกลาง ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
                            (2) ข�ดคว�มเป็นเอกภ�พและคว�มต่อเนื่องของนโยบ�ยและแนวท�งก�รแก้ไขปัญห�  ที่ผ่านมา
                  เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้น การดำาเนินการในการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานภาครัฐไม่มีเอกภาพ แต่ละหน่วยงานจะดำาเนินการ
                  แก้ไขปัญหาเฉพาะในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามบทบาทและภารกิจของหน่วยงานเท่านั้น ขาดการประสานกับหน่วยงานอื่น
                  ที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานด้านสาธารณสุขจะเน้นแก้ปัญหาเฉพาะด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านการพัฒนาที่ดินจะ

                  เน้นเฉพาะการปรับปรุงฟื้นฟูคุณภาพดิน  หรือหน่วยงานด้านการเกษตรจะเน้นเฉพาะผลิตผลทางการเกษตร  เป็นต้น
                  นอกจากนี้ การดำาเนินการแก้ไขปัญหายังขาดความต่อเนื่อง กล่าวคือ จะมีการระดมทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะ
                  หน้าเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง  โดยขาดการสนับสนุนให้มีการเฝ้าระวังปัญหาอย่างต่อเนื่อง  จนทำาให้ปัญหาที่เกิดขึ้น
                  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาต่อสุขภาพของประชาชน กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง การขาดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาของ

                  ภาครัฐ ได้ส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และมีความรู้สึกเชิงลบในระยะยาวต่อการดำาเนิน
                  งานของภาครัฐโดยรวม
   140   141   142   143   144   145   146   147   148   149   150