Page 148 - art-HIA-22.indd
P. 148

¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
              148                           วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร






                   ข้อเสนอ               ร�ยละเอียด                         กลไกที่เป็นรูปธรรม
                                การดำาเนินงานของกระบวนยุติธรรม  - ต้องมีทีมวิชาการอิสระที่แต่งตั้งโดยหน่วยงาน
                                                                 ยุติธรรมลงพื้นที่เก็บข้อมูล กลั่นกรองข้อมูลทาง
                                                                 วิชาการอย่างครบถ้วนและรอบด้าน
                                                               - กำาหนดคุณสมบัติของหน่วยงานยุติธรรมที่มีความ
                                                                 หลากหลายและทุกมิติ
                                                               - กำาหนดกฎเกณฑ์ที่สำาคัญในการพิจารณาคดี

                การจัดตั้งกองทุน  ให้มีกองทุนฯ จากเงินค่าภาคหลวง  - มีกระบวนการให้ความรู้ข้อเท็จจริงทั้งผลกระทบ
                                โดยไม่ผ่าน อปท. แต่จะให้ประชาชน    ทั้งทางบวกและลบให้ชุมชนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้
                                ในพื้นที่บริหารจัดการด้วยตนเอง    ก่อน โดยได้รับความรู้จากหน่วยงานกลางหลาย
                                                                 ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและมีความเชี่ยวชาญในแต่ละ
                                                                 ประเด็น หน่วยงานที่เข้ามาให้ความรู้ควรเป็น
                                                                 หน่วยงานที่ประชาชนเชื่อถือได้
                                                               - นำาเงินที่ได้จากค่าภาคหลวงมาจัดตั้งเป็นกองทุน
                                                                 มีการบริหารโดยชุมชน ตรวจสอบโดยชุมชน
                                                                 มีการตรวจสอบภายในและภายนอก
                                                               - การดำาเนินการประชามติ จัดทำาโดยคณะกรรมการ
                                                                 ชุมชนซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากชุมชน


              *ส�ระสำ�คัญ: แร่จะกลายเป็นสิทธิของรัฐร่วมกับบริษัทของเอกชนโดยผ่านวิธีประมูล และมีประเด็นสำาคัญ เช่น ประเด็นการ
              ลดขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตให้สั้นลง ทำาให้อนุมัติทำาเหมืองได้เร็วขึ้น เช่นขั้นตอนการขอประทานบัตรจนได้รับประทาน
              บัตร จาก 310 วัน เหลือเพียง 100-150 วัน, ประเด็นลดอำานาจฝ่ายการเมือง เพิ่มอำานาจข้าราชการในการอนุมัติ/อนุญาต,
              ประเด็นอนุญาตการทำาเหมืองแร่ในพื้นที่ป่า,  พื้นที่หวงห้ามหรือพื้นที่พิเศษที่เคยติดข้อกำาหนด  จำากัด  ห้ามทำาเหมือง  โดยให้
              ประกาศเป็น “เขตแหล่งแร่” เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนมาสำารวจ และทำาเหมืองแร่ในบริเวณนั้น และเอกชนที่ชนะการประมูล
              จะไม่ต้องขออนุญาตสำารวจและทำาเหมืองตามกฎหมายพระราชบัญญัติแร่ ซึ่งรวมถึงอาจไม่ต้องทำา EIA และ EHIA โดยปริยาย,
              ประเด็นนำาพื้นที่ลุ่มน้ำาชั้น 1 เอ (ที่มีความอ่อนไหวสูง) มาใช้ประโยชน์เพื่อการขอสัมปทาน สำารวจ และทำาเหมืองแร่ได้


              แนวท�งก�รพัฒน�ทรัพย�กรแร่อย่�งยั่งยืนของสำ�นักง�นนโยบ�ยและแผนทรัพย�กรธรรมช�ติ
              และสิ่งแวดล้อม

                     สำานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้จัดทำา  “กรอบนโยบายและแนวทางการ
              ป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการพัฒนาทรัพยากรแร่”  เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
              ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 ซึ่งได้เสนอแนวทางการพัฒนาทรัพยากรแร่อย่างยั่งยืน
              ดังนี้
                     1. ก�รพัฒน�องค์คว�มรู้เพื่อให้ส�ม�รถว�งแผนป้องกันและแก้ไขปัญห�ได้อย่�งมีประสิทธิภ�พ
                     กิจกรรมการพัฒนาทรัพยากรแร่ เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า

              การใช้ทรัพยากรประเภทอื่น ดังนั้น การกำากับ ควบคุมการทำาเหมืองแร่ต้องอาศัยหลักการของแนวทางการปฏิบัติที่ดี
              (Best practice) หรือการปฏิบัติตามข้อกำาหนด (Code of conduct) เป็นส่วนใหญ่ และแม้ว่าจะมีการควบคุมการ
              ดำาเนินการตามหลักวิชาการแล้ว  แต่ในหลายกรณี  การดำาเนินกิจกรรมเหมืองแร่มีความเป็นไปได้ที่อาจส่งผลกระทบ
              ต่อสภาพแวดล้อมในวงกว้าง ดังเช่น ผลกระทบจากการทำาเหมืองแร่สังกะสีในพื้นที่อำาเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทำาให้

              เกิดการปนเปื้อนของแคดเมียมในดินและตะกอนดินบริเวณลุ่มน้ำาแม่ตาว  แม้กระนั้นก็ตามก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุ
              ที่แท้จริงของการปนเปื้อนที่เกิดขึ้น แหล่งที่มาของมลพิษและบริเวณพื้นที่ที่ปนเปื้อน ที่ชัดเจนได้ นอกจากนี้ ในปัจจุบัน
   143   144   145   146   147   148   149   150   151   152   153