Page 143 - art-HIA-22.indd
P. 143

¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
                                   วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร           143




                         2. ก�รเรียนรู้และคว�มเข้�ใจในกระบวนก�รรับฟังคว�มคิดเห็น

                            การเรียนรู้และความเข้าใจในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น  ถือเป็นหัวใจสำาคัญที่จะบรรลุเจตนารมณ์
                  ตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550  ที่ต้องการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตน
                  จากการศึกษาของนันทวรรณ วิจิตรวาทการ และคณะ (2557) ด้วยการใช้วิธีการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึก
                  ได้ผลตามประเด็นที่สำาคัญ  คือ  (1)  ความเข้าใจต่อวัตถุประสงค์และบทบาทของตนเองในกระบวนการรับฟังความ

                  คิดเห็น และ (2) ความห่วงใยต่อการดำาเนินกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยมีรายละเอียดดังนี้
                            2.1 คว�มเข้�ใจต่อวัตถุประสงค์และบทบ�ทของตนเองในกระบวนก�รรับฟังคว�มคิดเห็น
                            ผู้ให้ข้อมูลจากเหมืองทองคำา  จังหวัดพิจิตร  มีความคิดเห็นว่า  หากทำาให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ
                  เข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ก็จะทำาให้ประชาชนได้รับประโยชน์มาก เพราะ
                  เป็นช่องทางให้เจ้าของโครงการหรือกิจการ เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันพัฒนาการ
                  ดำาเนินงานโครงการ

                            2.2 คว�มห่วงใยต่อก�รดำ�เนินกระบวนก�รรับฟังคว�มคิดเห็น
                            2.2.1 รูปแบบกระบวนก�รรับฟัง
                            ผลการศึกษา พบว่า ในแต่ละเวทีรับฟังความคิดเห็น ผู้ให้ข้อมูลมีความรู้สึกว่ามีส่วนร่วมในเวทีรับ
                  ฟังความคิดเห็นไม่เต็มที่  เนื่องจากข้อจำากัดของเวลาในช่วงของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงความคิดเห็น  เช่น
                  ให้เวลาในการพูดคนละเพียง  5  นาที  นอกจากนี้วิธีการคัดเลือกหรือเกณฑ์ประชาชนเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น

                  ตามกฎหมายได้ระบุวิธีการเผยแพร่วันและเวลาของการจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็น  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ
                  เข้าร่วมได้ทุกคน แต่ในความเป็นจริง พบว่า มีการเปิดโอกาสให้กับผู้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นมีปัญหาอุปสรรค
                  หลายประการ คือ (1)มีการจำากัดจำานวนผู้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น (2)จำานวนผู้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น
                  มีสัดส่วนที่มาจากคนที่ทำางานในภาคอุตสาหกรรม แต่มาในนามประชาชน ทำาให้มีการให้ความคิดเห็นที่เข้าข้างโครงการ
                  และ  (3)การสร้างอุปสรรคในการเข้าร่วมเวทีการรับฟังความคิดเห็น  เช่น  นำากำาลังตำารวจ/ทหารคุมสถานการณ์
                  ปิดทางเข้าออก เป็นต้น

                            อย่างไรก็ตาม ชุมชนบางส่วนยังเห็นผลดีของการจัดกระบวนการรับฟัง คือ การรับรู้สิทธิตามกฎหมาย
                  ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและเกิดความรับผิดชอบในการใช้สิทธินี้  การได้แสดงความคิดเห็นและความห่วงใย
                  ในหลายๆ ด้าน รวมทั้งนำาไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการดำาเนินงานของโครงการ และ
                  เกิดการทำางานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ  และที่สำาคัญเกิดการสร้างเครือข่ายกันเองภายในกลุ่มประชาชนระหว่าง
                  พื้นที่ต่างๆ และเกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

                            2.2.2 คว�มโปร่งใสของกระบวนก�ร
                            ผู้ให้ข้อมูลเห็นไปในทางเดียวกันว่า  1)จำานวนตัวแทนประชาชนที่เป็นพนักงานของบริษัทเจ้าของ
                  โครงการมีมากกว่าประชาชนทั่วไป  และมีการลงทะเบียนในนามของประชาชนทั่วไป  ซึ่งนำาไปสู่การแสดงข้อคิดเห็น
                  ไปในแนวทางเดียวกันเป็นส่วนมาก  2)กระบวนการเวทีรับฟัง  รวมทั้งกระบวนการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเป็น
                  การดำาเนินการตามพิธีกรรม ปราศจากการให้ความสนใจในการที่จะตอบสนองต่อข้อคิดเห็นของประชาชน 3)ความคิด
                  เห็นของประชาชนไม่มีน้ำาหนักในการตัดสินในเรื่องของการออกใบอนุญาตของหน่วยงานอนุมัติ/อนุญาต



                         3. ประเด็นต่�งๆ ที่ประช�ชนส่วนม�กมีคว�มห่วงใยและเสนอในเวทีก�รรับฟังคว�มคิดเห็น
                            การศึกษาของนันทวรรณ วิจิตรวาทการ และคณะ (2557) ด้วยการใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิง
                  ลึกชุมชนที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความห่วงใยที่เสนอในเวทีการรับฟังความคิดเห็น พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีข้อห่วงใยหรือ

                  ข้อกังวลในประเด็นต่างๆ ดังนี้
   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147   148