Page 162 - 60-03-117 TH2560
P. 162

กรอบที่ 1 : บำงมิติของควำมเหลื่อมล�้ำในสังคมไทย


                   ด้ำนรำยได้ :
                        แม้ว่ามาตรการต่างๆ ที่ผ่านมาจะท�าให้ความเหลื่อมล�้าทางรายได้มีแนวโน้มลดลงบ้าง แต่ในความเป็นจริง
                   ก็ยังมีความเหลื่อมล�้าด้านนี้อยู่มาก ดังจะเห็นได้ เช่น:
                        •  กลุ่มครัวเรือน 20% ที่มีรายได้สูงสุดถือครอง 44.6% ของรายได้ทั้งหมดในประเทศ ขณะที่กลุ่มครัวเรือน
                            20% ที่รายได้ต�่าสุดถือครองรายได้เพียง 7.0% ของรายได้ทั้งหมดเท่านั้น (ข้อมูลปี 2558)

                        •  บัญชีเงินฝากที่มีวงเงินเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปมี 111,517 บัญชี หรือเพียง 0.1% ของจ�านวนบัญชีเงิน
                            ฝากทั้งหมด แต่มีจ�านวนเงินรวมกันสูงถึง 49.2% ของเงินฝากทั้งหมด ในขณะที่บัญชีเงินฝากที่เหลืออีก
                            84 ล้านบัญชี (99.9%) มีวงเงินรวมกันเพียง 50.8% ของวงเงินฝากทั้งหมด (ข้อมูลปี 2558)


                   ด้ำนกำรถือครองที่ดิน
                        •  กลุ่มผู้ถือครองที่ดินร้อยละ 10 ที่มีการถือครองที่ดินมากที่สุด (Decile10) มีส่วนแบ่งการถือครองที่ดิน
                            61.5% ซึ่งมากกว่าผู้ถือครองที่ดิน 90% ที่เหลือ (Decile1-9) ที่มีส่วนแบ่งการถือครองที่ดินเพียง 38.5%

                            (“การกระจุกตัวของความมั่งคั่งในสังคมไทย” โดยดวงมณี เลาวกุล, 2557)
                        •  ผู้ถือครองที่ดิน (บุคคลธรรมดา นิติบุคคล) ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไปทั่วประเทศมี 4,613 ราย ในจ�านวนนี้
                            121 ราย มีที่ดินในครอบครองรายละ 500-999 ไร่ และอีก 113 ราย ครอบครองที่ดินรายละ 1,000
                            ไร่หรือมากกว่า (ข้อมูลจากส�านักงานที่ดิน 399 แห่งทั่วประเทศ)
                        •  ครัวเรือนเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินท�ากินเป็นของตนเอง  ต้องเช่าที่คนอื่นท�าการเกษตร  หรือต้องไปรับจ้าง

                            คนอื่นท�าการเกษตรมี  1.2  ล้านครัวเรือน  (ข้อมูลการส�ารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน
                            พ.ศ. 2554)


                   ด้ำนกำรศึกษำ
                        •  กลุ่มคน 10% ที่มีรายได้สูงสุดมีอัตราการเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 67.3% เทียบกับ
                            กลุ่มคน 10% ที่มีรายได้ต�่าสุดซึ่งมีอัตราการเข้าเรียนในระดับเดียวกันเพียง 3.5% เท่านั้น


                   ด้ำนสุขภำพ
                        •  กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีรายได้สูงสุดในประเทศ มีอัตราแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 1,057 คน
                            ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นภาคที่มีรายได้ต�่าสุดมีอัตราแพทย์ 1 คน ต่อประชากร 3,528 คน

                            นั่นคือต่างกันถึง 2.5 เท่า ความแตกต่างอย่างมากนี้ย่อมส่งผลต่อคุณภาพของบริการ (รายงานวิเคราะห์
                            สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล�้าในประเทศไทย ปี 2558)















                                                                            ที่มา: HTTP://WUKY.ORG/POST/UK-HOLD-CONFERENCE-ECONOMIC-
                                                                                                POLITICAL-INEQUALITY#STREAM/0






                                                          เสริมพลังกลุ่มเปราะบาง สร้างสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน  161




        60-03-117 152-180 sukapap new30-3 i_coated.indd   161                                                         3/30/17   9:55 PM
   157   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167