Page 73 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 73
ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง 73
กระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาตินับตั้งแต่ “ขาขึ้น” ไปจนถึง “ขา
เคลื่อน” นั้นมีความสลับซับซ้อนและหลายกรณีมีความเกี่ยวข้องกับหลายองค์กร
และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน การสร้างกระบวนการทั้งขาขึ้นและขา
เคลื่อนให้ตอบสนองต่อแนวคิดเรื่องการก�าหนดนโยบายสาธารณะแบบมีส่วน
ร่วมนั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและยุ่งยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับประเด็น
สมัชชาสุขภาพที่เกี่ยวโยงกับอ�านาจและผลประโยชน์ต่างๆ ของหน่วยงานทั้งภาค
รัฐและภาคธุรกิจเอกชน ในการวิเคราะห์บทเรียน “กระบวนการสมัชชาสุขภาพ
กับการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม” นี้ได้เลือกวิเคราะห์กรณี
ตัวอย่าง 3 กรณีศึกษาที่มีความน่าสนใจและมีพลวัตการขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน
ดังนี้คือ
มติสมัชชาสุขภาพ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2551 เรื่องการเข้าถึงยาถ้วนหน้าของ
ประชากรไทยและครั้งที่ 2 พ.ศ. 2552 เรื่องการยุติการส่งเสริมการขายยาที่ขาด
จริยธรรม เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสุขภาพของผู้ป่วย มติทั้งสองนี้
มาจากวาระที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาโดยภาคีนักวิชาการและองค์การพัฒนา
เอกชนที่ท�างานเกี่ยวข้องกับปัญหานโยบายยามายาวนาน การพิจารณาประเด็น
เรื่องการเข้าถึงยาถ้วนหน้าของประชากรไทยในสมัชชาสุขภาพแห่งชาตินับเป็น
ระเบียบวาระแรกของการพิจารณาที่ถูกน�าไปเสนอให้พิจารณาใน “ห้องยืดเยื้อ”
เนื่องจากไม่สามารถหาข้อยุติในการถกแถลงในระยะเวลาที่ก�าหนดให้ได้ โดยมี
ผู้แทนจากสมาคมธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเภสัชภัณฑ์ และองค์กรพัฒนา
เอกชนผู้เสนอระเบียบวาระต่างอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็น ใช้เวลาในห้องยืด
เยื้อยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงจึงได้ฉันทมติ และนับเป็นจุดเริ่มบทบาทของภาคีภาค
ธุรกิจเอกชนในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในระยะต่อมา
ในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 2 มีการพิจารณาประเด็น การยุติการส่ง
เสริมการขายยาที่ขาดจริยธรรม เพื่อลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและสุขภาพ

