Page 25 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 25
ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง 25
ปกครองของไทยสมัยนั้นมีศูนย์กลางอ�านาจอยู่ที่ระบบราชการเป็นส�าคัญ รัฐไทย
สมัยใหม่นั้นเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงที่สืบเนื่องมาจากระบอบสมบูรณา
ญาสิทธิราชย์ ความท้าทายของความทันสมัยและการเผชิญกับจักรวรรดินิยม
ตะวันตกท�าให้ราชส�านักไทยต้องปรับตัวด้วยการสร้างระบบราชการที่เข้มแข็ง
เพื่อการปกครองประเทศ ระบบราชการนี้เองที่เป็นฐานให้กับคนกลุ่มใหม่คือ
ข้าราชการได้เติบโตและมีอ�านาจมากขึ้น ในขณะที่ราชส�านักกลับค่อยๆ เสื่อม
อ�านาจลง และต่อมากลุ่มคนในระบบราชการนี้ก็ได้ยึดครองอ�านาจของระบบ
การเมืองการปกครองไว้ ริกส์เรียกระบบการเมืองหลังยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์
นี้ว่า “Bureaucratic polity” หรือการเมืองแบบรัฐราชการ
การเมืองแบบรัฐราชการด�ารงมาอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศไทยจะมีการ
เลือกตั้งและมีรัฐสภาอันประกอบด้วยผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกจากประชาชน
แต่ระบบราชการโดยเฉพาะอ�านาจของข้าราชการประจ�าและทหารก็ยังคงเป็น
ปัจจัยชี้ขาดทางการเมืองเรื่อยมา ในขณะที่นักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งมา
นั้นมักจะต้องสมยอมกับอ�านาจในภาคราชการเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ อาจ
กล่าวได้ว่า ในการเมืองไทยในยุคก่อนรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 นั้น อ�านาจ
ที่แท้จริงใน “ระบบการเมืองแบบรัฐราชการ” ถูกรวมศูนย์อยู่ที่กลไกของระบบ
ราชการ ซึ่งเป็นผู้ก�าหนดทิศทางและแผนการพัฒนา รวมทั้งจัดสรรทรัพยากร
ต่างๆ ในระดับมหภาค ตลอดไปจนถึงการจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับ
ประชาชนในระดับรากหญ้าก็มีรากฐานมาจากระบบความสัมพันธ์ระหว่าง
ราชการกับหมู่บ้านเป็นส�าคัญ กระบวนการเชิงนโยบายที่ผ่านมาจึงเป็นไปใน
ลักษณะที่รัฐราชการสั่งการหรือบังคับบัญชาให้ชุมชนหมู่บ้านด�าเนินการตามที่
รัฐเห็นว่าเหมาะสม
ลักษณะของการเมืองแบบรัฐราชการดังกล่าวปรากฏเด่นชัดในช่วงระหว่าง
ปี พ.ศ. 2500-2524 หน่วยงานราชการแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เข้าไปสัมพันธ์

