Page 23 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 23
ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง 23
การน�าเสนอและถูกน�ามาทดลองใช้เพื่อเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วม
กันก�าหนดทิศทางการพัฒนาที่พึงประสงค์ของระบบสุขภาพไทย
อาจกล่าวได้ว่า กระแสความตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปสุขภาพในช่วงปี พ.ศ.
2543 นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิรูปทางการเมืองและการร่างรัฐธรรมนูญ
ฉบับ พ.ศ. 2540 ที่ก่อให้เกิดกระแสทางสังคมและน�าไปสู่กระบวนการปฏิรูปที่
เกิดขึ้นในแวดวงต่างๆ การปฏิรูปการเมืองในปี พ.ศ. 2540 จึงกลายเป็นสัญลักษณ์
ของการเปลี่ยนผ่านจาก “การเมืองที่ถูกผูกขาดโดยนักการเมือง” มาสู่ “การเมือง
สาธารณะ” ที่ภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคพลเมือง สามารถมีส่วนร่วมอย่าง
เข้มแข็งยิ่งกว่ายุคสมัยที่ผ่านมา ระบบการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ “การอภิบาล
ในระบอบประชาธิปไตย” (democratic governance) แบบใหม่นี้มีสาระส�าคัญ
อยู่ที่การตระหนักถึงข้อจ�ากัดของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่พลเมืองมี
สิทธิมีเสียงแต่เฉพาะช่วงเวลาไม่กี่นาทีของการเข้าคูหาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
การปฏิรูปการเมืองต้องการสร้างสรรค์การเมืองภาคพลเมืองที่เข้มแข็งและเป็น
รากฐานให้กับการเมืองแบบตัวแทน โดยการเมืองใหม่นี้เป็นการเมืองที่ทุกคนมี
ส่วนเป็นเจ้าของและสามารถแสดงบทบาททางการเมืองของตนได้โดยตรง โดย
ไม่จ�าเป็นต้องผ่านตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น
เป้าหมายของการปฏิรูประบบสุขภาพก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ การ
ขับเคลื่อนพลเมืองทุกภาคส่วนให้มีความกระตือรือร้น มีส่วนร่วมในการคิด
ก�าหนดระบบสุขภาพแห่งชาติที่พึงประสงค์ และสร้างเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะ
ท�าให้ระบบสุขภาพสอดคล้องกับความคาดหวังของสาธารณชน โดยการระดม
ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ สมาคมวิชาชีพ องค์กร
พัฒนาเอกชน องค์กรชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิชาการ ตลอดจน
กลุ่มบุคคลที่หลากหลายมาเข้าร่วมประชุมถกเถียงและสัมมนาในรูปแบบต่างๆ
(โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ 2548: 127-135) การเกิดขึ้นของ “พื้นที่” ส�าหรับการ

