Page 18 - 39.เครือข่ายบ้านเรียน
P. 18

ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  การศึกษาแบบสร้างความรู้เฉพาะด้าน  สอน                         ยิ่งในโรงเรียน  กลับเป็นสถานที่สั่งสอนให้คนไปหาความสุขสบาย
                 ทักษะวิชาตายตัว  ไปด้วยกันไม่ได้กับโลกที่ซับซ้อน  มีการสร้าง  การ              ประเภทปฏิเสธงานหนัก  ระบบการแข่งขันหรือการสอบก็เพียงแค่ทำให้
                 กระจายความรู้อย่างรวดเร็ว  ด้วยเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ”                    เกิดความมุมานะชั่วคราว  พอไม่มีไฟลนก้นก็ไม่ต้องขยันหมั่นเพียรใดๆ
                        ด้านหนึ่ง  ยุทธชัยก็อยากให้ลูกได้เรียนรู้ชีวิตและธรรมชาติ 	             เลย  เราจึงเห็นได้ว่า  คนยิ่งเรียนสูงยิ่งใช้มือใช้แรงงานไม่เป็น  แม้กระทั่ง
                 เนื่องจากบางครั้งเมื่อมีงานต้องออกต่างจังหวัด  ก็จะพาครอบครัวไปด้วย	           เรื่องราวส่วนตัวก็ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง  เช่น  เรื่องการซักผ้า  ล้างจาน
                 ถ้าได้พักในโรงแรมหรูๆ  พอเข้าห้องพักลูกชายก็มักจะกระโดดขึ้นไปบน	               หุงข้าว  ทำกับข้าวกินเอง  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการปลูกผัก  เก็บผักมาทำกิน
                 ที่นอนหนานุ่มตามประสาเด็ก  และรำพึงออกมาในทำนองว่า  “ได้นอน                    เอง  แม้แต่การออกกำลังกายจะออกแรงด้วยตัวเองยังทำไม่ได้  ต้องใช้
                 โรงแรมอย่างนี้ทุกวันก็ดีเนอะ”                                                  เครื่องไม้เครื่องมือมาขับเคลื่อนร่างกายของตัวเอง
                        ยุทธชัยเก็บถ้อยคำเหล่านั้นมาคิด  และมองเห็นว่า                                 “ทั้งสังคม	 ทั้งโรงเรียน	 ชักนำลูกให้ใฝ่เสพใฝ่สุขพอแรงแล้ว 
                        “ความสุขสบายด้วยการปรนเปรอชนิดไม่ต้องทำอะไร	 ดูเข้ากัน                  พ่อแม่จึงไม่ควรไปบวกเพิ่มเข้าอีกจนสายเกินแก้	 ตอนหลังผมปฏิเสธที่จะ
                 ได้ดีกับนิสัยหยิบโหย่งสำรวย	 ถึงกับมีคนไม่น้อยตั้งเป้าหมายความสำเร็จ           นอนโรงแรม	 หากไม่จำเป็นจริงๆ	 เมื่อต้องไปพักค้างแรมก็จะชวนกันพ่อ
                 ของชีวิตคือการได้กิน	 นอน	 เสพสุขเต็มที่                                       ลูกไปนอนทับนอนกระท่อม	 หรือกางเต็นท์	 เก็บผักหุงข้าวกินกันเองบ้าง”
                        “ความสุขสบายในปัจจุบันจึงชักนำไปในทางที่แสดงออกถึง                             หากการเรียนคือการทำในสิ่งที่ทำไม่เป็นให้ทำเป็นขึ้นมาได้  การ
                 สภาวะที่คล่องง่าย	 อยู่เฉยๆก็ได้สิ่งนั้นมา	 โดยไม่ต้องทำอะไร	 ไม่ต้อง          ได้ไปร่วมทำกิจกรรมเหล่านี้ก็ทำให้เด็กๆทำหลายอย่างเป็น  ซึ่งอาจ
                 เหน็ดเหนื่อยหรือพยายามอะไรเลย	 ซึ่งผิดกับในสมัยก่อน	 ที่หากตั้งใจไป            แตกต่างจากการไปโรงเรียน  ที่บางวันเด็กๆไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่า
                 ในทางสุขสบายก็ต้องทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา	 ต้องเหน็ดเหนื่อย	 ฟันฝ่า                วันนี้ทำอะไรเป็นขึ้นมาบ้าง
                 อุปสรรคต่างๆ	 แล้วความสุขสบายก็จะเป็นผลของเส้นทางชีวิตที่ต้องใช้                      เสียงเด็กๆยังพูดคุยกันสนุกสนาน  ช่วยกันเก็บจาน  ล้างจาน
                 ความเพียรพยายาม	 ความอดทนนั้น                                                  ต่างภาคภูมิใจในฝีมือการทำอาหารที่ได้มีส่วนร่วม  ทั้งเด็ดผัก  ตีไข่
                        “พ่อแม่ทุกคนรักลูก	 แต่หากใช้ความสุขสะดวกสบายเป็นเครื่อง                ตำพริก  เหยาะน้ำปลา  ที่ดูเหมือนการเล่นกันสนุกๆ  เป็นความประทับใจ
                 แสดงความรักแต่ถ่ายเดียว	 การกลัวว่าลูกจะลำบากอาจกลายเป็นการ                    ที่ทำให้อยากไปทำกิจกรรมอีก  และต่างจดจ่อรอคอยว่าครั้งต่อไปจะได้
                 สร้างความลำบากถาวรให้กับลูกได้                                                 ไปที่ไหน  จะได้ทำอะไรสนุกๆอีก  และจะได้เจอใครต่อใครอีกบ้าง
                        “ความเจริญทางวัตถุที่ได้สร้างเทคโนโลยีแทนการลงมือลงแรงทำ 
                 การใช้เงินซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้กลายเป็นสังคมของความใจเสาะ	 เปราะบาง 
                 กลายเป็นความอ่อนแอที่เติมลงไปในตัวทุกเมื่อเชื่อวัน”



                                          - 34 -                                                                            - 35 -



     home.indd   36-37                                                                                                                                     5/15/09   6:10:02 PM
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23