Page 122 - 60-03-117 TH2560
P. 122
ทางวิชาการพบว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความส�าคัญและ รวมถึงยังมีความพยายามในการน�าธรรมนูญฯ ไปใช้เป็นกรอบ
สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและคาดว่าจะ เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนากรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ
เป็นเรื่องส�าคัญของระบบสุขภาพในอนาคต 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) การจัดท�าแผนแม่บทบูรณาการ
4. ปรับรูปแบบการเขียนสาระรายหมวดให้มีส่วน พัฒนาระบบประกันสุขภาพ และเพื่อตอบโจทย์ “เป้าหมาย
ของ “หลักการส�าคัญ” และ “ภาพพึงประสงค์” การพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ SDGs (Sustainable Development
ส่วนกระบวนการหรือมาตรการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัตินั้น Goals) ด้วย
ไม่จ�าเป็นต้องระบุเพราะสามารถท�าได้หลากหลายและปรับ
เปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ผลการด�าเนินงานของธรรมนูญว่าด้วย
ระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2552 (ฉบับแรก)
5. เพิ่มเจตนารมณ์เพื่อใช้อธิบายข้อความใน
ธรรมนูญฯ เป็นรายข้อ เพื่อให้ผู้อ่านและใช้ประโยชน์สามารถ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับแรกได้น�า
เข้าใจความหมายได้ชัดเจนมากขึ้น ไปสู่พัฒนาการของระบบสุขภาพของไทยหลายประการ ดังนี้ 3
1) ความสอดคล้องและการน�าไปใช้อ้างอิงในการ
ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ จัดท�าแผนและยุทธศาสตร์ชาติ:
ฉบับที่ 2 และผลกระทบต่อระบบสุขภาพ
– แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ธรรมนูญฯ ฉบับนี้ ระบุว่าสุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 11 และแผนพัฒนาสุขภาพ ฉบับที่ 12
ของคนทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม ให้ความส�าคัญกับการส่งเสริมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงด้าน
วงกว้าง ซึ่งค�าว่า “สุขภาพ” นิยามตาม พ.ร.บ.สุขภาพ สุขภาพ สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะ
แห่งชาติ พ.ศ. 2550 นั้นมีความหมายที่กว้างขวางครอบคลุม ที่เอื้อต่อสุขภาพ พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพ
ทั้งมิติกาย จิต ปัญญา และสังคม ดังนั้นธรรมนูญฯ ฉบับที่ 2 พร้อมทั้งส่งเสริมการแพทย์ทางเลือก พัฒนาระบบฐานข้อมูล
จึงได้เพิ่มหมวดสุขภาพจิต และสุขภาพทางปัญญาเข้ามาด้วย สุขภาพ พัฒนาบุคลากรสาธารณสุขให้เหมาะสมทั้งการผลิต
ประกอบกับเพิ่มหมวดสิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ และการกระจาย และใช้มาตรการการเงินการคลังเพื่อ
เพื่อให้สังคมมีความเข้าใจในเรื่องสิทธิและหน้าที่ของตน สุขภาพที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
อีกทั้งยังมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนน�าแนวทาง “ทุกนโยบาย
ห่วงใยสุขภาพ” (Health in All Policies) ไปใช้ เพื่อให้เกิด – ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบหลักประกัน
นโยบายที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี โดยรัฐและทุกภาคส่วน สุขภาพถ้วนหน้า (2555–2559) มีวิสัยทัศน์ว่า “ทุกคนที่
ต้องให้ความส�าคัญกับหลักการท�างานแบบเครือข่ายและ อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทยได้รับความคุ้มครองหลักประกัน
สนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในทุกระดับ ทั้งนี้ สุขภาพอย่างถ้วนหน้า” ซึ่งเป็นไปตามธรรมนูญฯ หมวด 3
จะต้องค�านึงถึงปัจจัยทางสังคมที่ก�าหนดสุขภาพ (Social และได้ใช้ธรรมนูญฯ หมวด 3, 6 และ 12 ร่วมเป็นกรอบ
Determinants of Health: SDH) ด้วย ในการจัดท�ายุทธศาสตร์
2
ปัจจุบันการท�างานของหน่วยงานภาครัฐ เช่น ส�านักงาน – แผนยุทธศาสตร์สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สวรส.) (2554–2559) “การจัดการความรู้ สู่ระบบ
และกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ให้ความส�าคัญกับการน�า สุขภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน” ได้ใช้ธรรมนูญฯ หมวด 1
ธรรมนูญฯ ไปใช้ประกอบการพิจารณาจัดท�าแผนพัฒนา ข้อ 7 และหมวด 9 เป็นฐานอ้างอิงในการจัดท�า
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564)
นอกจากนี้ ส�านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 2) ตัวอย่างรูปธรรมการอ้างอิงและการด�าเนินงาน
(บีโอไอ) ยังได้น�าธรรมนูญฯ ไปใช้อ้างอิงโดยการน�า ที่สอดคล้องตามธรรมนูญฯ หมวดต่างๆ
กระบวนการ HIA มาใช้ประกอบการพิจารณาก�าหนด – หมวด 3 การจัดให้มีหลักประกันและ
มาตรการส่งเสริมการลงทุนในสถานพยาบาลเอกชนด้วย ความคุ้มครองให้เกิดสุขภาพ: มีมติ ครม. และ สปสช.
10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 121
60-03-117 104-151 sukapap new30-3 i_coated.indd 121 3/30/17 9:56 PM

