Page 90 - ESPORT
P. 90
ธีเดช แตกต่างกันเลย เพราะถ้าเป็นนักกีฬาเราต้องโฟกัสว่าการจะลงแข่งแต่ละครั้งต้องมี
เป้าหมาย และการมีสังกัดก็จะพยายามให้ได้แชมป์ ก็จะบวกความกดดัน แต่ก็มีวินัยตามมาด้วย และใน
การเป็นนักกีฬาเราต้องเลือกเล่นเกมที่เราถนัด แล้วโฟกัสสิ่งที่จะมาเป็นอาชีพของเรา ทําให้มีสมาธิมากขึ้น
และการมีโค้ชจะช่วยได้มาก เพราะการนั่งเล่นคนเดียวเราจะไม่รู้เลยว่าเราพลาดตรงไหน แต่คนที่มองจาก
ข้างหลังเรา มองผ่านมอนิเตอร์ เขามองไปทั่วสนามจะเห็นหมด แต่เราจะโฟกัสแค่ตัวที่เราคุมอยู่
ผลกระทบของ E-Sport
ด้านร่างกาย
ธีเดช มีข้อเสียเยอะหน่อย จึงต้องมีการออกกําลังกายเพิ่มเข้าไป อย่างถ้าเรานั่งซ้อม สายตา นิ้ว
มือ หลัง ถ้าเล่นนาน ๆ หลายชั่วโมงก็จะเมื่อย ปวด ต้องมีการออกกําลังกายเพิ่มเติมด้วยตัวเอง แต่จริง ๆ
แล้ว การซ้อมก็ไม่ได้ต้องมากมายขนาดหลายสิบชั่วโมง ซ้อม 4 ชั่วโมง แต่ต้องตั้งใจโฟกัสทุกเกมที่เราเล่น
ทําให้การซ้อมไม่ต้องใช้เวลานาน
ณัฐวิชช์ หลักมีปัญหาเรื่องสายตา แต่เราต้องรู้ว่าควรทําตัวอย่างไร เล่นก็ต้องเปิดไฟ ปิดไฟเล่นนี้
สายตาเสียแน่นอน ส่วนเรื่องนิ้วถ้ามีการพักก็จะไม่มีการล็อก ผมเคยนิ้วล็อกเพราะตอนนั้นเล่นหนักมาก แต่
พอเรารู้วิธีการเราก็ค่อย ๆ ปรับตัวได้
ด้านจิตใจ
ธีเดช ถ้าเป็นเกมแข่ง เวลาเราเสียเปรียบแล้วจิตใจจะกดดัน อยากจะเอาคืน เพราะการแข่งมันแพ้
แล้วตกรอบ ไม่มีใครอยากตกรอบ ต้องเน้นมากขึ้น บางทีถ้าใครสติหลุดก็ทําให้เกม ๆ นั้นเสียไปเลยทันที
โดยที่ไม่ได้สู้เลย แต่เราก็ต้องดึงกลับมา ผมคิดว่าการจะดึงกลับมาได้มันอยู่ที่ประสบการณ์การลงแข่ง
บ่อย ๆ
ณัฐวิชช์ แบ่งเป็นหลายอย่าง อย่างถ้าเวลาเล่นแล้วชนะ ใจเราจะรู้สึกดีเหมือนได้อะไรที่เป็นรางวัล
ดีใจ แต่ถ้าถึงจุดที่คับขันหรือจุดที่แพ้หรือจะแพ้ ตอนนั้นจะกดกัน แล้วก็รู้สึกว่าทําไมเราทําไม่ได้ จิตใจจะ
down แต่พอถึงจุดนั้นบ่อย ๆ มันก็ทําให้จิตใจเราชิน การแข่งขันมันไม่ใช่จะชนะได้ตลอด พอแพ้ก็ห่อเหี่ยว
นิดหน่อย และเมื่อมีสังกัดเป็นอาชีพแล้ว พอรู้แล้วว่าแพ้ก็ต้องรีบกลับมาให้ไว เพื่อที่การแข่งในครั้งหน้าเรา
จะทําให้ดีกว่านี้
ด้านสังคม
ธีเดช มันเป็นอีกสังคมหนี่ง เป็นกลุ่มผู้เล่น E-Sport เป็นเหมือนครอบครัว เป็นพี่น้อง แข่งจบก็ไม่มี
ปัญหาอะไร มันไม่ได้ทําให้เราเสียสังคม เพราะมันไม่ต้องซ้อมทั้งวันก็มีเวลาไปเจอเพื่อนกลุ่มอื่น
89

