Page 130 - ESPORT
P. 130

แต่สมองส่วนไหนที่ใช้บ่อย ๆ ตรงนั้นมันจะไม่ค่อย pruning การ pruning คือการตัดแต่งกิ่งโครงสร้าง

               network ในสมองให้เหลือโครงสร้างที่จําเป็นในการใช้งานในอนาคต ลองคิดว่าถ้าเด็ก ๆ เล่นแต่เกม สายตา
               มีสิ่งต่าง ๆ มากระตุ้นเยอะ ๆ พวก network เหล่านี้ แต่ในขณะที่ network ต่าง ๆ ที่ควบคุมตัวเองมันไม่ค่อย

               โดนฝึก เวลาเจออารมณ์แล้วโวยวายแสดงออกอย่างรุนแรง แล้วมันจะทําให้ network เหล่านี้ถูกทําลายไป

               จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทําไมเด็ก ๆ กลุ่มที่ใช้เยอะจึงมีโอกาสมีผลกระทบทุกด้านที่กล่าวมา



               มีหลักเกณฑ์ดูยังไงว่าเด็กคนนี้ติดเกมหรือไม่ติด
                       เรื่องการติดเกมกับการติดยาคล้าย ๆ กัน คนที่ติดก็ไม่อยากจะมาหาเพราะคิดว่าปกติ หลายคน

               บอกว่าควบคุมตัวเองได้ แต่จริง ๆมีเกณฑ์ในการวินิจฉัยอยู่แล้ว เช่น มีการเล่นค่อนข้างต่อเนื่อง ซํ้า ๆ

               จนกระทั่งทําให้เกิดผลกระทบเกิดความเสียหายต่อตัวเอง ที่จะต้องเล่นต่อเนื่องมายาวนานมากพอ อย่าง
               น้อยบางคนเกือบปีถึงจะปรากฎอาการ เช่น

                       1. มีความหมกหมุ่นอยู่กับการเล่นเกมมาก หรือเล่นเกมเป็นกิจวัตรประจําวันส่วนใหญ่ของชีวิต

               แทนที่จะเรียนหนังสือก็คิดแต่การเล่นเกม หมกหมุ่นว่าจะวางแผนกลับไปเล่นอย่างไร เลยไม่ได้เรียนหนังสือ

               ไม่ได้ส่งงาน ทําการบ้านไม่เสร็จ

                       2. มีอาการเหมือนอาการถอน คล้าย ๆ ว่าถ้าไม่ได้เล่นจะมีอาการเหมือนลงแดง อาจจะเบื่อ เศร้า
               หงุดหงิด หรือบางคนมีภาวะที่จะดื้อ คล้าย ๆ ติดยา ว่ายาที่เคยกินอยู่เท่านี้ไม่พอแล้ว ต้องเพิ่มโดส ก็คล้าย

               ๆ กันที่ตอนแรกเล่นเกมที่ว่าไม่ติด พอหลัง ๆ มาสังเกตตัวเองว่าทําไมมันดูเพิ่มขึ้น ๆ จนกระทั่งเป็นปัญหา

                       3. เด็กกลุ่มนี้จะควบคุมการเล่นเกมของตัวเองได้ยาก ผมเห็นด้วยว่าเด็กกลุ่มหนึ่งอาจจะไม่ใช่เป็น

               พวกที่ติด อาจจะแค่อยู่ในกลุ่มที่เล่นเยอะ หลายคนที่เขายังพอควบคุมตัวเองได้ ควบคุมเวลาได้ ลดการเล่น
               ลงได้บ้าง แบบนี้ก็ถือว่ายังควบคุมได้ ซึ่งเหมือนกันว่าถ้าคน ๆ นั้นไม่สามารถควบคุมการเล่นเกมของตัวเอง

               ได้ จะมีความเสี่ยงไปในขั้นติดมากขึ้น หรือว่าเรายังเล่นเกมอยู่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเกิดผลกระทบกับทางด้าน

               จิตใจและสังคมแล้ว แต่ก็ยังเล่นอยู่ แบบนี้ถือว่าผิดปกติ จะเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงไปในเด็กติดเกม หรือว่าเด็กที่

               เคยมีสิ่งในชีวิตประจําวันที่เคยชอบหรือเคยเพลิดเพลิน กลับกลายเป็นไม่สนใจ มีแต่เกมเท่านั้นที่ทําให้
               เพลิดเพลิน แบบนี้ก็จะถือว่าติดเกม เช่น เมื่อก่อนอยากไปเดินเล่นกับเพื่อน เตะบอล แต่ตอนนี้ไม่เอาแล้ว

               ขอเล่นแต่เกม อันนี้ถือว่าเข้าข่ายเป็นเด็กติดเกม

                       4. ผลกระทบต่อการทําหน้าที่ของเด็ก ๆ เรื่องความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ถ้าเริ่มเล่นเกมแล้วมี

               ผลกระทบกับความสัมพันธ์ มีผลกระทบต่อการงาน หน้าที่ อาชีพของเราหรือการเรียน อันนี้ถือว่าเป็นการ

               ส่งผลอย่างมาก
                       5. พอติดเกมแล้วจะมีลักษณะหลอกลวง หรือว่าต้องโกหกเพื่อไปเล่นเกม หรือเริ่มขโมยเงิน ขโมย

               ของเพื่อที่จะไปซื้อของในเกม พวกนี้ก็เป็นภาวะเสี่ยงในการติดเกม แต่ที่สําคัญที่สุดคือจะมีความทุกข์

               ทรมานใจร่วมด้วย



                                                           129
   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135