Page 131 - ESPORT
P. 131

พอมี E-Sport เข้ามา สัดส่วนของเด็กที่ป่วยทางจิตใจเพิ่มขึ้นไหม

                       ผมเป็นหมอทางด้านพัฒนาการเด็ก ดังนั้นเราจะเน้นตรวจเด็กเล็ก ๆ จนถึงวัยรุ่น ผมเคยเห็นข้อมูล
               จากคุณหมอท่านอื่นหรือแม้กระทั่งจากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ หรือข้อมูลของ

               อาจารย์ชาญวิทย์ ก็พบว่า หลังจากประกาศว่าเป็น E-Sport ชัดเจน แนวโน้มของคนไข้ที่จะเข้ามาปรึกษา

               อาจารย์และทางสถาบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นกราฟที่ชันมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งตรงนี้น่าจะ

               สะท้อนถึงอะไรบางอย่างว่าเด็กมีโอกาสจะติดแล้วมารับบริการมากขึ้น


               การเชื่อมของอาการ คือเด็กเป็นอย่างอื่นแล้วมีแนวโน้มไปสู่การติดเกม หรือเพราะว่าเด็กติดเกม

               แล้วมีแนวโน้มไปสู่การซึมเศร้า
                       คือเป็นได้ทั้ง 2 ทาง เป็นจากปัจจัยของแต่ล่ะบุคคล อันที่หนึ่งเลยคือถ้าบุคคลนั้นมีความเสี่ยงทาง

               โรคจิตเวชอยู่แล้ว เช่น ซึมเศร้าอยู่แล้ว เป็นเด็กขี้กังวลอยู่แล้ว หรือที่เจอบ่อย ๆ คือเด็กสมาธิสั้น ควบคุม

               ตัวเองได้น้อย ทําอะไรแล้วก็วู่วาม หุนหันพลันแล่นทําเลย อยู่ในห้องเรียนไม่มีสมาธิการเรียน หรือเด็กที่

               ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ หรือ low self control ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะมีความภูมิใจในตัวเองน้อย low self esteem
               เด็กกลุ่มนี้ยิ่งมีความเสี่ยงในการใช้มากขึ้น แล้วพอใช้มากขึ้นมันก็จะมีเหมือนลูกศรย้อนกลับไปยัง

               ผลกระทบทางด้านจิตใจเพิ่มขึ้น อาจจะมีโอกาสทําให้ซึมเศร้ามากขึ้น

                       เด็กหลายคนอาจจะคิดว่ายิ่งเล่นไปเรื่อย ๆ จะทําให้ลดความวิตกกังวล แต่จริง ๆ มันอาจทําให้
               ความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น อาการสมาธิสั้นอาจจะแย่ขึ้นจากที่ควบคุมตัวเองได้ไม่ดีอยู่แล้ว ก็อาจจะยิ่งทําได้

               แย่ลงไปกว่าเดิม จึงเป็นข้อมูลว่ามันเป็นผลทั้งไปและกลับ บางคนอาจเข้าใจว่าเล่นเกมเพื่อบําบัด ถ้าทาง

               การแพทย์เขาจะเรียกว่านี้ว่า self medicate ตัวอย่างเช่น บางคนที่เศร้าหรือว่าอารมณ์ไม่ค่อยดี ก็ต้องหา

               อะไรบางอย่างมาช่วยกล่อมใจ ให้เรู้สึกเคลิ้ม ๆ รู้สึกดี ก็แบบคนที่กินเหล้าหรือสูบบุหรี่ พอเรารู้สึกกินเหล้า

               ดีกว่า ซึ่งมันเหมือน self medicate คือการใช้พวกนี้เหมือนเป็นยาอย่างหนึ่งให้รู้สึกดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตบน
               โลกนี้ต่อไปได้ เพราะในโลกของความเป็นจริงบางทีก็โหดร้ายเกินไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเด็กติดเกมก็

               คล้าย ๆ กัน ก็เหมือนคนติดยา เพราะใช้พวกนี้ เพราะคิดว่าเป็น self medicate ทําให้เขารู้สึกอยู่ได้ เพราะ

               โลกของความเป็นจริง อาจจะเรียนก็ไม่เก่ง ความสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ดี เพื่อนไม่มี แต่พอเล่นเหมือนได้ทุก

               อย่างกลับมา


               ส่วนใหญ่เด็กติดเกมอะไร ชอบเล่นเกมอะไร

                       หลาย ๆ เกมที่มีโอกาสติดได้ง่ายคือพวกกลุ่ม massive multiplayer ที่เล่นกันหลาย ๆ คน แล้วก็

               role playing game หรือว่า mmorpg, moba, rov คือที่ได้ยินบ่อย ๆ ว่าเด็กมีโอกาสติดได้เยอะ จริง ๆ
               ข้อมูลของการเล่นเกมกับสมองมีข้อมูลเยอะขึ้น พวกติดเกมจะมีการใช้สมองที่เหมือนกับติดยา เป็นสมอง

               ส่วนเดียวกัน พูดง่าย ๆ ว่ามันเป็นสมองส่วนหยาบ เหมือนว่าเราเล่นเกมจะมีสารสื่อประสาทที่เรียกว่า




                                                           130
   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136