Page 126 - ESPORT
P. 126
ไม่ให้เด็กอายุเท่านี้แข่ง จริง ๆ เด็กเล็ก ๆ บางเกมอาจจะแข่งได้ก็ได้นะ แต่ต้องดูเกม เพราะจริง ๆ ถ้าเล่น
เกมมากเกินไปสําหรับเด็กที่เล็กมาก ๆ มันก็ไม่ดีอยู่ดี ถ้าโตหน่อยก็พอได้ แต่ผมว่าก็ต้องมี guideline ที่
ชัดเจนว่าห้ามอะไรบ้าง ต้องมีกติกาที่ชัดเจน ซึ่งจริง ๆ การแข่งปกติกติกาก็ค่อนข้างชัดอยู่แล้วสําหรับแต่ล่ะ
เกม แต่ว่าระเบียบควรมี enforce อะไรออกไปหน่อยเพื่อให้การจัดไม่เยอะเกินไปบ่อยเกินไป เช่น ถ้าจัดเป็น
แบบ regular event ก็ควรมีบอกว่าแข่งกี่ครั้งต่อเดือน ควรต้องคุมจํานวนการแข่ง ให้ไม่มากเกินไป แล้ว
นักกีฬาที่แข่งขันที่เป็นแบบ regular competition อันหนึ่งแล้ว น่าจะล็อคตัวไม่ให้เขาไปแข่ง tournament
อื่น หรือแข่ง tournament นี้ก็ต้องอยู่กับ tournament นี้จนกว่าจะจบ season หรือจบ section สักเดือน
สองเดือนค่อยย้ายไป tournament ใหม่ได้ คือห้ามแข่งหลาย tournament ในช่วงเวลาเดียวกันเพราะจะได้
ไม่เยอะเกินไป จนเด็กเอาแต่แข่ง คือเข้าใจว่าคนที่ชอบจริง ๆ เขาก็คงอยากแข่งอยู่ตลอดเวลา แต่เราก็ต้อง
ไม่ลืมหน้าที่ของการเรียนด้วย มันก็ต้องไม่เสียตรงนั้น
สถานศึกษาควรให้ความรู้อย่างไร เพื่อให้รู้เท่าทัน E-Sport
ถ้ามีชมรมก็คงจะพอช่วยได้ อาจจะเริ่มจากชมรมก่อนเพราะเด็กก็คงอยากจะตั้งชมรมเองอยู่แล้ว
หลาย ๆ ชมรมของมหาวิทยาลัย เด็ก ๆ ก็ตั้งชมรม E-Sport กันเอง แล้วถึงมาได้อาจารย์ที่ปรึกษาทีหลัง
ส่วนใหญ่หลัก ๆ ที่เน้นในชมรมก็คือให้หัวหน้าชมรมคอยดูเรื่องผลการเรียนของคนในชมรมด้วย ยังไงผล
การเรียนต้องไม่ตก แล้วเขาก็ยังมีการติวเรื่องการเรียนในชมรมกันด้วย
มุมมองระหว่างคนติดเกมกับ E-Sport
ผมว่าพอมันออกมาใน mainstream media มากขึ้น ไม่จําเป็นว่าต้องเป็นคําว่า E-Sport แต่พอเป็น
mainstream media คนได้ดูเยอะขึ้นก็อยากเล่นมากขึ้น แล้วเกมมันก็สนุกด้วย คนก็ไปทุ่มกับมัน จากการที่
เด็กเข้าถึง media หรือเข้าถึงเกมได้ง่ายขึ้น เกมที่เปิดให้เล่นฟรีได้มากกว่าเดิม ก็ส่งผลให้เด็กเล่นเกมมาก
ขึ้น ส่วนทางด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าสังคมยังรู้ไม่ครบ เพราะแค่นิยาม E-Sport ว่าเป็นกีฬา
หรือไม่ ผมรู้สึกว่าเถียงกันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ผมมองว่ายังไงก็เป็นแค่นิยาม มองว่ากิจกรรมนี้เราจะทํา
อย่างไรกับมันดีกว่า เราเห็นแล้วว่ามันมีกิจกรรมนี้เกิดขึ้น มันส่งผลให้นักเรียนอยากไปเล่น อยากไปอะไร
กับมันมากขึ้น เพราะมันออกสื่อมากมาย เราก็แค่ต้องดูว่าเขาไม่ใช้เวลาเกินไป หรือถ้าเป็น competitive ก็
ต้องคุมเวลาให้เขาระดับหนึ่ง ไม่ให้เสียสุขภาพ แต่ที่ผมว่าคนไม่เข้าใจคืออย่างแรกเรื่องนิยาม ซึ่งอย่างที่
บอกว่าไม่ควรจะมาเถียงกัน เพราะไม่มีประโยชน์ เอาเป็นว่ามันมี E-Sport แล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้างดีกว่า
อย่างที่สองคือพ่อแม่กับลูก ที่ลูกจะบอกว่าเล่นกีฬาเพราะเล่น E-Sport จริง ๆ พ่อแม่ก็ไม่ต้องไป
เชื่อ เพราะจริง ๆ ก็แค่เด็กจะเล่นเกม เพียงแต่ว่าเกมนี้เขาชอบ ก็ให้เขาเล่นตามเวลาที่เขาสมควรจะเล่นแล้ว
ไม่รบกวนการเรียน ถ้าได้ guideline จากคุณหมอมันก็จะดี เพื่อให้พ่อแม่ใช้ตรงนี้เป็นมาตรวัดได้ เพราะถ้า
พ่อแม่ไม่เคยเล่นเกมก็จะลําบากหน่อย ถ้าพ่อแม่เคยเล่นมาก่อนก็อาจจะพอรู้ว่าลูกควรจะเล่นเท่าไหร่
125

