Page 25 - 39.เครือข่ายบ้านเรียน
P. 25
ดูแลของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่และครูในโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ซึ่งก็เป็นการ เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอ
ให้บทบาทของพ่อแม่หรือครอบครัวจะเป็นด้านหลัก ยังมีหมอโชติช่วง รัฐมนตรีอาจถอนการยกเว้น
ชุติณธร ที่จัดการศึกษาให้ลูกๆเองทุกคน ตอนนั้นผมสนใจอยากทำวิจัย การเข้าเรียนเสียก็ได้”
เรื่องของคนอื่น ไม่อยากทำเรื่องของตัวเองหรือว่าในกลุ่มบ้านเรียน แต่ปัจจุบัน นอกจาก
ปัญญากรมากนัก สคศ.เขาก็สนับสนุน” พ่อแม่จะไม่ให้เวลาในการจัด
งานวิจัยชิ้นนี้ได้กล่าวถึงการจัดการศึกษาโดยครอบครัวใน การศึกษาให้กับลูกเองแล้ว รัฐ
สังคมไทยตั้งแต่อดีตที่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์เกื้อกูลกันระหว่างบ้าน ยังออกกฎหมายลิดรอนสิทธิ
กับวัด และสิทธิของพ่อแม่ที่สามารถจัดการศึกษาให้กับลูกได้ทั้งในช่วง ดังกล่าว โดยบังคับให้ต้องส่ง
ปฐมวัยและประถมศึกษา ดังเช่นที่ปรากฏในพระราชบัญญัติประถมศึกษา เด็กเข้าเรียนในโรงเรียนตั้งแต่
ฉบับแรก พ.ศ. 2464 ที่บัญญัติไว้ว่า “รัฐมนตรีอาจยกเว้นเด็กไม่ต้องเข้า 7 ขวบ และยิ่งเร่งให้เด็กเข้า
เรียนในโรงเรียนประถมศึกษาก็ได้ ถ้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองแจ้งว่า อยู่ในระบบโรงเรียนเร็วขึ้น
เด็กได้รับการศึกษาในครอบครัวแล้ว” และ “เด็กที่ได้รับการยกเว้นนี้ โดยการเปิดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยตั้งแต่อายุ 3 ขวบ พ่อแม่
ต้องส่งให้ศึกษาธิการอำเภอสอบไล่ปีละครั้ง เพื่อดูว่าเด็กได้รับการศึกษา ในหลายๆครอบครัวที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เด็ก และเห็นเป็นค่านิยมว่าเด็กๆ
ควรได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนอนุบาลเพื่อจะได้เจอเพื่อนๆ ก็ยิ่งผลักเด็ก
เข้าสู่ระบบการศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อยๆเพิ่มมากขึ้น การศึกษาส่วนหนึ่งก็
กลายเป็นธุรกิจการศึกษาและส่วนหนึ่งเป็นกิจการของรัฐ โดยที่พ่อแม่และ
ครอบครัวยิ่งลดบทบาทในการอบรมสั่งสอนลูกลงไปเรื่อยๆ
สำหรับครอบครัวที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีความพร้อมและมีความ
สามารถในการจัดการศึกษาให้กับเด็กในช่วงปฐมวัย หลายครอบครัว
ต้องการใช้สิทธิในส่วนของการจัดการศึกษาให้ลูกทั้งในระดับปฐมวัย ระดับ
ประถมศึกษา ไปจนถึงมัธยมศึกษา ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดัน
นโยบายเพื่อให้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติปี 2542 เปิดช่องทางให้
สามารถทำได้ และมีกระบวนการในการวัดผลและเทียบโอนผลการศึกษา
ได้เหมือนกับเด็กที่เข้าเรียนในระบบโรงเรียน
- 48 - - 49 -
home.indd 50-51 5/15/09 6:10:15 PM

