Page 27 - 39.เครือข่ายบ้านเรียน
P. 27
อัธยาศัยของคนในกลุ่มไปกันได้ ซึ่งจริงๆแล้วส่วนใหญ่ก็ไปด้วยกันได้ จากงานวิจัยเล่มแรกที่พูดถึงครอบครัวบ้านเรียนในช่วงบุกเบิก ในเล่มนี้
แต่จะทำให้กลุ่มขยายมากเกินไปจนจัดการยาก ผมก็เลยต้องจัดการพูด ได้กล่าวถึงพัฒนาการในช่วงที่ 2 ของการจัดการศึกษาโดยครอบครัวที่
คุยกันเรื่องนี้อย่างจริงจังว่า ทำไมบ้านเรียนปัญญากรจึงต้องมีแค่ 8 ครอบ- มีความรุดหน้าอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการค้นพบแนวทางที่สอดคล้อง
ครัว สำหรับครอบครัวอื่นๆ เราก็หาทางออกกันว่า เราจะทำอีกส่วนหนึ่ง กับพื้นเพรากฐานทางวัฒนธรรมของตนเอง โดยการเชื่อมโยงเข้าหากัน
เรียกว่า ‘ศูนย์ประสานงานการจัดการศึกษาโดยครอบครัว’ หรือ ศปศค. สร้างความเป็นชุมชนครอบครัวแห่งการเรียนรู้ จากบ้านสู่กลุ่มครอบครัว
จัดตั้งขึ้นในเดือนกันยายน 2543 สำหรับผู้ที่สนใจการจัดการศึกษาโดย และเครือข่าย อันเป็นกระบวนการทางสังคมส่วนหนึ่งอีกด้วย
ครอบครัวก็มาตรงนี้ ส่วนบ้านเรียนปัญญากรก็ทำของตัวเองไป “จาก ศปศค. พัฒนามาเป็น ‘สถาบันบ้านเรียนไทย’ หรือ
“ปรากฏว่า ศปศค.ก็ดำเนินการโดยมีผมและกลุ่มบ้านเรียน สบท. ในเดือนกุมภาพันธ์ 2546 เป็นองค์กรที่มีความกระชับมากขึ้น
ปัญญากรเป็นแกน พอบ้านเรียนปัญญากรจัดกิจกรรมก็ต้องจัดให้กับ มุ่งทำงานกับภาครัฐเพื่อผลักดันในทางนโยบายและกฎหมายรองรับสถาน-
ศปศค.ด้วย ไปๆมาๆก็กลายเป็นอันเดียวกัน ในแง่ของบ้านเรียน ภาพของการศึกษาบ้านเรียนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตอนนั้น ดร.รุ่ง แก้วแดง
ปัญญากรก็ค่อยๆหายไป เพราะว่าเวลากลุ่มทำอะไรมันก็ไม่เป็นบ้านเรียน ก็เชิญผมไปเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาทางเลือกของสำนักงานเลขาธิการ
ปัญญากรแล้ว แต่จะเป็นในนามของ ศปศค.ไป กิจกรรมก็กว้างขึ้น ให้ สภาการศึกษา หรือที่เรียกกัน
คำปรึกษาแนะนำได้มากขึ้น ก็เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัว ว่า ‘สภาการศึกษา’ ปกติเขาจะ
ขยายฐานการศึกษาออกจากบ้านไปสู่ชุมชน กลุ่มคนต่างๆ จัดห้องให้กับที่ปรึกษา ติดป้าย
“อีกอย่างหนึ่งก็คือ ตอนนั้นถึงแม้ในมาตรา 12 ของ พ.ร.บ. ชื่อที่ปรึกษา แต่ผมขอให้เขา
การศึกษาแห่งชาติ 2542 จะให้พ่อแม่จัดการศึกษาได้ มีสิทธิจริง แต่ ติดป้าย ‘สถาบันบ้านเรียนไทย’
ในท้ายมาตรานั้นเขียนไว้ว่า ‘ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง’ เมื่อกฎ คนส่วนใหญ่ก็มักเข้าใจว่าสถาบัน
กระทรวงไม่มี ก็ยังใช้วิธีการไปขอจดทะเบียนกับโรงเรียนหมู่บ้านเด็กอยู่ บ้านเรียนไทยเป็นหน่วยงาน
เหมือนเดิม กลุ่มครอบครัวที่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายในชื่อของ ศปศค. หนึ่งในสภาการศึกษา แต่จริงๆ
ก็พยายามช่วยกันผลักดันให้มีกฎกระทรวง สุดท้ายก็มีการพูดคุยกับ แล้วไม่ใช่
ดร.รุ่ง แก้วแดง ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ “ตอนนั้นก็มีงานวิจัย
การศึกษาแห่งชาติ ก็ร่วมกันผลักดันให้กฎกระทรวงเกิดขึ้น ออกมาอีกเรื่อง ‘สภาพการณ์
“ในปี 2544 ก็มีงานวิจัยออกมาอีกชิ้นหนึ่ง เรื่อง ‘การพัฒนา และฐานข้อมูล การจัดการศึกษา
เครือข่ายการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในสังคมไทย’ เป็นภาคต่อเนื่อง โดยครอบครัวในสังคมไทย’
- 52 - - 53 -
home.indd 54-55 5/15/09 6:10:18 PM

