Page 30 - 39.เครือข่ายบ้านเรียน
P. 30
ชั้นล่างมีนิทรรศการหมุนเวียน ชั้นบนเป็นห้องสมุด ความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน การดูแลบริการให้เกิดความผิดพลาด
“ประสบการณ์จากการทำบ้านอ่านอิ่มของเด็กๆก็คือการประกอบ น้อยที่สุด
สัมมาอาชีวะ หนึ่งใน 8 ของอริยมรรค การประกอบกิจการจึงต้องมี “เปิดกิจการได้ 6 เดือนก็ต้องปิดตัวลง เพราะว่าเรามีเงื่อนไขว่า
ปัญญาเป็นฐาน มีความใฝ่รู้กว้างขวางลึกซึ้ง และต้องขยันหมั่นเพียร สามารถหยุดปิดร้านได้หากมีโปรแกรมการเรียนรู้สำหรับเด็กๆที่น่าสนใจ
ไม่เกียจคร้าน รู้จักผูกมิตรชวนให้เกิดการผูกใจร่วมมือ การทำงานอาชีพ เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆได้ตามวัย ร้านจึงหยุดบ่อยจนส่งผล
เพื่อเป็นเครื่องอุดหนุนชีวิต แต่ไม่นับเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิต ยังมี ต่อกิจการ และถึงวันเปิดร้าน ลูกค้าก็มีน้อย เพราะร้านไม่ได้เปิดสม่ำ-
อริยมรรคอื่นๆมาประกอบ ชีวิตจึงจะสมบูรณ์” เสมอ บางวันลูกค้าเยอะเด็กๆก็ดีใจ แต่บางวันมีน้อยต่างก็นั่งเหงา อีก
บ้านอ่านอิ่ม เป็นกิจการของครอบครัวบ้านเรียน ดำเนินการโดย อย่างนี่เป็นเพียงงานทดลอง จึงมีช่วงเวลาที่จำกัดอยู่แล้ว ต่อจากนั้น
เด็กๆ 6 คน โดยมีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลืออีก 6 คน ผ่าน เด็กๆก็ต้องไปเรียนรู้เรื่องราวอื่นๆต่อไป”
การปรึกษาหารือพูดคุยกัน จนกระทั่งเปิดกิจการร้านค้า ซึ่งเด็กๆทั้ง 6 ยุทธชัยและครอบครัวกลุ่มบ้านเรียนยังคงทำหน้าที่ให้การ
คนต้องทำหน้าที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันทำงาน ทั้งเปิดร้าน ปิดร้าน เรียนรู้กับเด็กๆเช่นเดียวกับกลุ่มบ้านเรียนอื่นๆที่มีการจัดกิจกรรมและ
ทำความสะอาด ดูแลลูกค้า ให้บริการต่างๆ เรียนรู้การทำงานจากของจริง การจัดการของกลุ่มแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม เช่น กลุ่ม
บ้านเรียนดวงตะวัน กลุ่มบ้านเรียนมัธยม เป็นต้น และ “สถาบันบ้าน
เรียนไทย” ยังเป็นแหล่งข้อมูล ให้คำแนะนำ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ
จัดงานเสวนาพูดคุยแลกเปลี่ยน และจัดกิจกรรมให้กับครอบครัวและ
ลูกหลานที่สนใจกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมทั้งเด็กๆในกลุ่มบ้านเรียน
กลุ่มต่างๆที่อยากมีกิจกรรมร่วมกันในบางครั้ง
“เมื่อสถาบันบ้านเรียนไทยต้องย้ายที่ทำการมาขออาศัยห้องที่ตึก
บริษัทแปลน มูลนิธิสานแสงอรุณ ก็มีการพูดคุยกันว่า ชื่อ “สถาบัน
บ้านเรียนไทย” ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหน่วยงานราชการที่อยู่ใน
สังกัด สกศ. (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา) ตอนนี้ย้ายออกมาแล้ว
ก็น่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่ แล้วก็จัดตั้งเป็นนิติบุคคลให้ชัดเจน ก็มีคนเสนอ
ว่าเราน่าจะทำเป็นสมาคม ในที่สุดก็จดทะเบียนจัดตั้งเป็น “สมาคม
บ้านเรียนไทย” ในเดือนพฤศจิกายน 2548 ผมก็เป็นนายกสมาคม ซึ่ง
- 58 - - 59 -
home.indd 60-61 5/15/09 6:10:23 PM

