Page 169 - 60-03-117 TH2560
P. 169

รูปที่ 3 จ�านวนและร้อยละของคนพิการประเภทต่างๆ
     %         คน

 ทางการเคลื่อนไหว   52.1  52.1  794,648  จำนวนคน  794,648            รอยละ
 ทางการไดยิน   19.7  19.7  300,265  800,000                            60   52.1
                        700,000
 ทางการเห็น   11.5  11.5  175,692  600,000                              50

 ทางจิตใจ-พฤติกรรม   7.9   7.9  120,785  500,000                        40
                                                                        30
                        400,000
 ทางสติปญญา   7.7   7.7  117,887  300,000  300,265                     20        19.7
 ออทิสติก   0.6   0.6   9,125  200,000    175,692  120,785 117,887      10             11.5  7.9  7.7
 ทางการเรียนรู   0.5   0.5   7,432  100,000              9,125  7,432   0                             0.6  0.5
                             0
 รวม   28.2     430,921          ทางการไดยิน ทางการเห็น ทางจิตใจ  ออทิสติก ทางการเรียนรู  ทางการไดยิน ทางการเห็น ทางจิตใจ ทางสติปญญา  ออทิสติก ทางการเรียนรู
                                                 ทางสติปญญา
 พิการมากกวา 1 อยาง        110,497  ทางการเคลื่อนไหว              ทางการเคลื่อนไหว


                                                                                        ที่มา: กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 2559




                 กว่าคนทั่วไป เหมือนคนที่ภูมิคุ้มกันโรคบกพร่อง ย่อมอ่อนแอ  กับคนทั่วไป โดยไม่มีการแบ่งแยกหรือเลือกปฏิบัติ ในเรื่อง
                 และเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยมากกว่าคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ   การเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จ�าเป็นส�าหรับชีวิต เช่น การศึกษา

                 เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความพิการเป็นสิ่งที่มาจ�ากัด  สุขภาพ การเดินทาง การท�างานและการได้รับค่าจ้างที่
                 ความสามารถของบุคคลในการปฏิบัติกิจวัตรในชีวิตประจ�า  เป็นธรรม
                 วัน และในเรื่องอื่นๆ ที่มีความส�าคัญต่อชีวิต เช่น การดูแล  การที่คนบางคนมีความบกพร่องทางการได้ยิน
                 สุขภาพ การท�างานหารายได้ หรือการเข้ามีส่วนร่วมในสังคม  (หูหนวก) ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีโอกาสสื่อสารกับคน

                 อย่างมีศักดิ์ศรี เมื่อเทียบคนทั่วไปคนพิการจึงมีความเปราะ  อื่นตลอดชีวิต แต่หมายความว่าสังคมจะต้องให้สิทธิในการ
                 บางทั้งในทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ปัญหาส่วนตัว   สื่อสารแก่พวกเขา ด้วยการจัดให้มีการสอนทักษะและบริการ
                 บุคคล คือเหตุผลเพียงพอที่คนพิการควรจะได้สิทธิที่จะได้รับ  ล่ามภาษามือ เพื่อพวกเขาจะสื่อสารกันเองและสื่อสารกับ
                 การเอาใจใส่ดูแลที่เหมาะสม ทั้งจากคนรอบข้างและจาก    คนอื่นได้ ในท�านองเดียวกัน การที่คนจ�านวนหนึ่งมีข้อบกพร่อง

                 สังคม                                               ทางการเคลื่อนไหว (เดินไม่ได้) ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขา
                       ในแง่ปัญหาสังคม มีประเด็นส�าคัญที่เกี่ยวข้องกันอยู่  จะไม่มีสิทธิไปไหนมาไหนได้เอง แต่เป็นความรับผิดชอบของ
                 อย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ การที่คนพิการจะต้องได้รับ  สังคมที่จะให้พวกเขามีสิทธิไปไหนมาไหนได้ เหมือนคนทั่วไป
                 การช่วยเหลือดูแลที่เหมาะสม ไม่เฉพาะจากคนในครอบครัว  ด้วยการจัดให้มีเครื่องอ�านวยความสะดวกที่เหมาะสม และ

                 เท่านั้น แต่จากสังคมและรัฐด้วย ในแง่นี้การให้ความช่วยเหลือ  มีบริการขนส่ง รวมทั้งสถานที่สาธารณะที่เอื้อต่อการเดินทาง
                 ดูแลส�าหรับคนพิการนั้นเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ    และการใช้ประโยชน์ของพวกเขา ทั้งนี้ บริการต่างๆ เหล่านั้น
                 สังคม เรื่องที่สอง เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ความจริงมีอยู่ว่า  จะต้องมุ่งที่จะบูรณาการพวกเขาเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
                 ความพิการและคนพิการเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชน ในฐานะ   กับคนทั่วไปในสังคม โดยหลีกเลี่ยงการท�าให้พวกเขาเกิด

                 คนๆ หนึ่ง คนพิการมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม  ความรู้สึกว่าตนเป็น “พลเมืองชั้นสอง”












                              168    สุขภาพคนไทย 2560





        60-03-117 152-180 sukapap new30-3 i_coated.indd   168                                                         3/30/17   9:55 PM
   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173   174