Page 135 - 60-03-117 TH2560
P. 135
เหมาะสมส�าหรับผู้สูงอายุที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยใหม่เท่านั้น ธนาคารเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว มาตรการนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว
ควรค�านึงถึงผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยอยู่บ้านเดิมที่ตนเองเป็น ในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ส�าหรับประเทศไทยมีบางธนาคาร
8
เจ้าของ แต่มีแนวโน้มที่จะอาศัยอยู่เพียงล�าพังคนเดียว ที่ขานรับนโยบายนี้ของรัฐบาล เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์
9
หรืออาศัยอยู่กับคู่สมรสมากขึ้น การปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิม โดยได้จัดท�าโครงการบ้าน ธอส. เพื่อผู้สูงอายุ เป็นต้น
ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุแทนที่การย้ายเข้าไปใน มาตรการนี้มุ่งคุ้มครองและช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ไม่ได้
โครงการหรือบ้านพักที่จัดขึ้นใหม่ส�าหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เป็นข้าราชการบ�านาญ ไม่มีเงินส�ารองเพียงพอต่อการใช้ชีวิต
ก็น่าจะตอบโจทย์และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเลือกใช้ชีวิต และไม่มีลูกหลานไว้คอยดูแล จ�านวนผู้สูงอายุกลุ่มนี้
สูงวัยในบ้านเดิมได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพ มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี ถือได้ว่ามาตรการดังกล่าวเป็น
ชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน ทางเลือกส�าหรับวัยเกษียณในอนาคต และเป็นอีกหนึ่ง
มาตรการที่เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้ผู้สูงอายุ
3. สินเชื่อที่อยู่อาศัยส�าหรับผู้สูงอายุ
และการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีการออมที่พอเพียง
สินเชื่อที่อยู่อาศัย หมายถึง เงินกู้ระยะยาวที่กู้ยืม
จากสถาบันการเงินหรือธนาคาร เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย 4. การบูรณาการระบบบ�าเหน็จบ�านาญ
โดยใช้ที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกันในการจ�านองให้แก่ มาตรการนี้เป็นการสนับสนุนการออมภาคบังคับ
ธนาคารผู้ให้สินเชื่อ 6 เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ที่มั่นคงเมื่อยามสูงวัย เมื่อส�ารวจ
10
มาตรการนี้เป็นการให้เงินกู้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี การออมของผู้สูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุไทยมีอัตราการออม
ขึ้นไปที่มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภาระหนี้เป็นของตนเอง เพื่อให้ ที่ต�่ามาก โดยประมาณร้อยละ 65 ของผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
ผู้สูงอายุน�าที่อยู่อาศัยของตนมาเปลี่ยนเป็นเงินด�ารงชีพ ไม่มีเงินออมเลย สะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุไทยยังไม่มี
ซึ่งมูลค่าเงินที่กู้ได้จะขึ้นอยู่กับอายุของผู้กู้ มูลค่าบ้าน และ ความมั่นคงทางด้านรายได้ในช่วงหลังวัยเกษียณ โดยเฉพาะ
อัตราดอกเบี้ย ผู้สูงอายุสามารถเลือกวิธีรับเงินเป็นก้อนเดียว อย่างยิ่งแรงงานนอกระบบ และแรงงานในระบบที่ไม่ได้เป็น
หรือทยอยรับเป็นงวด จนกว่าจะเสียชีวิตหรือจนกว่าจะหมด สมาชิกกองทุนส�ารองเลี้ยงชีพ
อายุสัญญาเงินกู้ โดยผู้กู้ไม่ต้องช�าระเงินต้นหรือดอกเบี้ยคืน มาตรการนี้ก�าหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ
และหลังจากผู้กู้เสียชีวิต ที่อยู่อาศัยจะตกเป็นของธนาคาร นโยบายบ�าเหน็จบ�านาญแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็น
7
โดยปกติแล้วสินเชื่อที่อยู่อาศัยของบุคคลทั่วไป ประธาน ท�าหน้าที่ก�าหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนา
ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นในลักษณะของบ้านที่ยื่นกู้นั้น และก�ากับดูแลระบบบ�าเหน็จบ�านาญของประเทศให้
จะเป็นหลักประกันในการกู้ยืม และผู้กู้จะได้เงินมาเป็นก้อน ครอบคลุม และจัดตั้งกองทุนบ�าเหน็จบ�านาญแห่งชาติ
ส�าหรับจ่ายค่าบ้าน หรือน�าไปใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ ที่จ�าเป็น (กบช.) เพื่อเป็น “กองทุนส�ารองเลี้ยงชีพภาคบังคับ” ส�าหรับ
ผู้กู้จะต้องจ่ายคืนให้กับธนาคารเป็นรายเดือนตามที่ตกลง แรงงานในระบบ ครอบคลุมทั้งลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราว
กับธนาคาร ซึ่งตรงกันข้ามกับสินเชื่อส�าหรับผู้สูงอายุ ของส่วนราชการ พนักงานราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
ที่ธนาคารจะเป็นคนจ่ายเงินเป็นรายเดือนให้แทน โดยมีบ้าน ที่มีอายุ 15 – 60 ปี ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนส�ารองเลี้ยงชีพ
เป็นหลักประกันและผู้สูงอายุยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลัง โดยให้มีการจ่ายเงินเข้ากองทุนจาก 2 ฝ่าย คือ ลูกจ้าง และ
นั้นไปได้จนกว่าจะเสียชีวิต และที่ส�าคัญ ผู้ที่ต้องการกู้ไม่ต้อง นายจ้าง ลูกจ้างจะได้รับบ�านาญหรือบ�าเหน็จเมื่ออายุครบ
ยื่นหลักฐานแสดงรายได้ของตนเอง ไม่ต้องตรวจสุขภาพ 60 ปี เพื่อให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวมีรายได้ที่เพียงพอในการ
มีแค่เพียงบ้านและที่ดินที่ปลอดภาระการผ่อนช�าระกับ ด�ารงชีวิตหลังเกษียณ โดยก�าหนดให้ กบช. เปิดรับสมาชิก
134 สุขภาพคนไทย 2560
60-03-117 104-151 sukapap new30-3 i_coated.indd 134 3/30/17 9:57 PM

