Page 130 - 60-03-117 TH2560
P. 130
Economic System) ระหว่างระบบทุนนิยมและระบบ ค�าว่า “ผู้ที่มีรายได้น้อย” ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลก�าหนด
สังคมนิยม แต่ในเชิงปฏิบัติจะมีความเป็นระบบทุนนิยม ไว้จะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุไม่ต�่ากว่า 18 ปี ณ วันที่
มากกว่า ท�าให้ประชาชนจ�านวนหนึ่งมีเสรีภาพในทรัพยากร 15 สิงหาคม 2559 (หรือเป็นผู้เกิดก่อนวันที่ 16 สิงหาคม
และแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้องของตนเอง และ 2541) และต้องเป็นผู้ว่างงานหรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท
เกิดการกระจายรายได้อย่างไม่เป็นธรรม น�ามาซึ่งปัญหา ในปี 2558 โดยค�าว่า “รายได้” ในความหมายดังกล่าว
ความยากจนในที่สุด จะนับเฉพาะรายได้ของบุคคลที่ลงทะเบียนเท่านั้น ไม่รวม
สาเหตุการเสียชีวิตที่ส�าคัญของประชากรไทยมาจาก การประกอบอาชีพแบบครัวเรือนที่ไม่สามารถแยกแยะ
โรคมะเร็งและโรคหัวใจ ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุนั้นพบว่าประชากร รายได้เป็นรายบุคคล 2
ที่มีรายได้น้อยมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าประชากรที่มีรายได้สูง ผู้ประสงค์จะลงทะเบียนรับสวัสดิการดังกล่าวจะต้อง
ดังนั้นการแก้ปัญหาความยากจน จึงไม่เพียงเป็นการแก้ ยินยอมเปิดเผยสถานะทรัพย์สินของตน เพื่อให้รัฐบาลเก็บ
ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาสังคม เป็นฐานข้อมูลส�าหรับจัดสรรสวัสดิการอย่างเหมาะสม
และสุขภาพ อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยสถานะทรัพย์สินที่ต้องเปิดเผย อาทิ
ส่วนใหญ่ของประเทศอีกด้วย • รายได้ ได้แก่ เงินเดือน เงินฝากในธนาคาร สลาก
ออมทรัพย์ พันธบัตรประเภทต่างๆ ฯลฯ
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
• กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ได้แก่ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาด้านรายได้ในสังคมไทย รัฐบาล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงก�าหนดเป็นนโยบายให้ • หนี้สิน ได้แก่ หนี้เงินกู้ในระบบ หนี้เงินกู้ นอกระบบ
ประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้ามาลงทะเบียนในระบบฐานข้อมูล หนี้บัตรเครดิต หนี้เพื่อการเกษตร หนี้เพื่อการประกอบธุรกิจ
ของรัฐ ระหว่าง 15 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2559 เพื่อ หนี้เพื่อการศึกษา หนี้เพื่อการอุปโภค–บริโภค หนี้เพื่อซื้อ
ก�าหนดมาตรการความช่วยเหลือต่อไป จากนั้นในวันที่ 22 อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
พฤศจิกายน 2559 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบ
นโยบายเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ผ่านโครงการลง ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลนั้นแบ่งออก
ทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการของรัฐ ด้วยความ เป็น 2 ลักษณะ คือ การมอบเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท
มุ่งหวังว่าความช่วยเหลือจะแพร่กระจายสู่ประชาชนได้ตรง ให้แก่ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และการมอบเงิน
ตามกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเหลือ 1,500 บาท ให้แก่ผู้ที่มีรายได้ระหว่าง 30,001 –
100,000 บาทต่อปี โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่
ร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน
ผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการจากกรมสรรพากรในปี 2559
3
พบว่ามีผู้ลงทะเบียนที่ไม่ใช่เกษตรกรจ�านวนมากถึง 5.4 ล้านคน
แบ่งเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จ�านวน 3.1 ล้านคน
และผู้ที่มีรายได้ระหว่าง 30,001 – 100,000 บาทต่อปี จ�านวน 2.3 ล้านคน
โดยใช้วงเงินงบประมาณ 12,750 ล้านบาท
10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ 129
60-03-117 104-151 sukapap new30-3 i_coated.indd 129 3/30/17 9:56 PM

