Page 86 - hpp_9y_ebook58_08_07_001
P. 86
86 ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประชาธิปไตย :
นโยบายสาธารณะ การมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรอง
จริยธรรม : เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสุขภาพของผู้ป่วย” ซึ่งต่อมา
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)
ได้เห็นชอบให้น�าเสนอมติต่อคณะรัฐมนตรี และวันที่ 20 กรกฏาคม พ.ศ. 2553
ครม. ได้เห็นชอบต่อมติฯ ตามที่ คสช. เสนอและมอบคณะกรรมการพัฒนาระบบ
ยาแห่งชาติร่วมกับส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ส�านักงานประกันสังคม
และกรมบัญชีกลาง จัดตั้งคณะท�างานที่มาจากทุกภาคส่วน ที่ไม่มีส่วนได้ส่วน
เสียกับธุรกิจยาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อท�าหน้าที่พัฒนาเกณฑ์จริยธรรมว่า
ด้วยการส่งเสริมการขายยาให้เป็นเกณฑ์กลางของประเทศมาบังคับใช้ในรูป
กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางเพื่อให้ทุกภาค
ส่วนรับทราบและน�าหลักเกณฑ์จริยธรรมไปประยุกต์ใช้หรือขยายเพิ่มเติมเฉพาะ
ส่วนที่เกี่ยวข้อง (แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา 2552)
ผลของสมัชชา : จากมติสู่การปฏิบัติ
ภายหลังที่ประชุมใหญ่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้รับการรับรองยุทธศาสตร์
การเข้าถึงยาถ้วนหน้าของประชากรไทยและเสนอให้ คสช. เสนอต่อรัฐบาลให้
ประกาศเป็นนโยบาย ต่อมาในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ส�านักงานคณะ
กรรมการสุขภาพแห่งชาติได้มีค�าสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างแผนปฏิบัติการ
ตามยุทธศาสตร์การเข้าถึงยาถ้วนหน้าของประชากรไทยโดยมีนายแพทย์ศิริวัฒน์
ทิพย์ธราดล เป็นประธานกรรมการ (ส�านักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
2552) ซึ่งต่อมาส�านักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้น�าเสนอร่างแผน
ปฏิบัติการนี้ต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เพื่อให้การรับรองและน�า
ไปบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ยาแห่งชาติด้านยา (อ�าพล จินดาวัฒนะ
2554) โดยคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ได้มอบให้คณะท�างานร่าง
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการ

