Page 20 - 180.สาระจากเวที เติมหัวใจให้สังคม ครั้งที่ 3 ตติยบท
P. 20
ต่อๆ กันไป กลายเป็นกระบวนการลูกโซ่ของชุมชน แล้วความร่วมมือร่วมใจก็
กลายเป็นวิถีชีวิตของชาวนามะเฟือง
ทุกกิจกรรมของคนที่นี่ มาจากหลักการสำคัญคือ “การมีส่วนร่วม” ดังคำ
บอกเล่าของ คุณพรสวรรค์ จุฑานันท์ หัวหน้าสถานีอนามัยบ้านนามะเฟือง
“หลักของทุกกิจกรรม คือ ทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากๆ ประชาคม
จึงเป็นเวทีของการปรึกษาหารือวิธีคิด มุมมอง ประวัติศาสตร์ ผ่านการบอกเล่า
ของหลายๆ ฝ่าย ตัวเจ้าหน้าที่ที่สถานีอนามัยจะเป็นผู้จัดการเรียนรู้ จัดเวทีให้เกิด
ขึ้น แต่กระบวนการเรียนรู้จะเป็นของชาวบ้าน เรามีหน้าที่ถอดและคืนข้อมูลให้
ชาวบ้านได้เห็นภาพรวม หลังจากนั้น การยอมรับในข้อมูลจะนำไปสู่การยอมรับ
ทั้งหมด”
จุดเริ่มแรกๆ ของความร่วมมือจนกลายเป็นวิถีของคนที่นี่ มาจากวิกฤต
ไข้เลือดออกในอดีต ที่ทำให้ อสม. และหมออนามัยหันมาประสานพลังกันในการ
รับมือกับแมงง้องแง้ง (ลูกน้ำยุงลาย : บรรณาธิการ) อย่างมีระบบ จนเกิดเป็น
ศูนย์สุขภาพภาคประชาชน ประชุมกันทุกเดือนแก้ปัญหาสุขภาพให้คนทั้งตำบล
โดยมีหมออนามัยคอยเสริมพลังวิชาการให้อย่างแข็งขัน จากนั้นจึงขยายผลไปสู่งาน
พัฒนาชุมชนด้านอื่นๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
สุขภาพกายดีแล้วแต่สุขภาพใจกำลังแย่ลง เพราะปัญหาวัยรุ่นตีกัน เป็น
ทุกข์ร่วมกันของคนทั้งตำบล จึงเกิดโครงการสายใยรักครอบครัวขึ้น โดยจัด
กิจกรรมค่ายครอบครัว พาทั้งครอบครัวไปบนเขา ไปทำกิจกรรมร่วมกันจนเกิด
ความเข้าใจและผูกพันกันมากขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์สุขภาพตำบลยังรับเป็นเจ้าภาพ
ทำโครงการวิจัยร่วมกันระหว่าง พ่อ แม่ ลูก มีการเชื่อมโยงงบประมาณจากท้องถิ่น
และเครือข่ายวิชาการเพื่อสังเคราะห์ปัญหาและสร้างกลยุทธ์คืนสุขให้แก่ครอบครัว
จากนั้น เด็กๆ ที่ผ่านกระบวนการทางปัญญา ทำให้รู้จักวิเคราะห์ปัญหา รู้ความ
ต้องการของตน จึงอาสารวมตัวกันเป็นสภาเด็กและเยาวชน ทำกิจกรรมดีๆ ให้
น้องๆ ตามความสนใจในแต่ละหมู่บ้าน
“สิ่งที่เราได้น่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์การทำงาน ค่าตอบแทนอะไร
ต่างๆ ก็มาจากกิจกรรมที่เราทำขึ้นมากกว่า เช่น การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก การ
เพาะเห็ด เป็นส่วนที่เราได้จากผลผลิตออกมา หรือหน้าเทศกาลเราก็จะขายกระทง
ก็จะได้รายได้จากตรงนี้ เงินที่ได้จากตรงนั้นเราก็เอาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อ
๒๐
สาระจากเวที
เติมหัวใจ ให้สังคม

