Page 24 - 180.สาระจากเวที เติมหัวใจให้สังคม ครั้งที่ 3 ตติยบท
P. 24
แ บ่ ง ค ว า ม ฝั น . . . ปั น ค ว า ม คิ ด
นพ. มงคล ณ สงขลา : ผู้ทรงคุณวุฒิ
วันนี้ตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยงครึ่ง เราได้ยินได้ฟัง
สิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นกุศลมากมายเหลือเกินในพื้นที่ แม้แต่ใน
พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ก็เชื่อว่ามีโรงพยาบาล
จิตอาสาเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ มีสิ่งที่ดี สิ่งที่งามตรงนั้น
เพียงแต่ว่าวันนี้เราไม่ได้หยิบยกขึ้นมา ตรงนี้ผมคิดว่าสิ่ง
ที่มันเกิดเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องไปปรับแต่งหรือว่า
สร้างโครงสร้างต่างๆ ให้มันนะครับ สิ่งที่มันจะเกิด มัน
จะเกิดจากความเป็นกุศลของจิตแต่ละคน ที่จะทำสิ่ง
แวดล้อม ทำกับตัวเอง ทำกับคนใกล้ชิด ทำกับชุมชน
และสังคม ถ้าเราไปวนเวียนอยู่กับการสร้างโน่นนี่มันอาจจะหลงทาง เราต้องสร้าง
จิตแต่ละคนให้เป็นกุศลและก็ลงมือทำได้เลย มันมีเวที มีพื้นที่ มีสิ่งที่ต้องทำอยู่
มากมาย เรานั่งอยู่ตรงนี้ เราเห็นว่าความคิดแต่ละคนก็พร้อมที่จะให้ความ
ช่วยเหลือในสิ่งต่างๆ ได้ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เราช่วยกัน ทำยังไงใน
เมื่อจิตอันเป็นกุศลแล้ว เกิดการปฏิบัติจริงในพื้นที่แล้ว ทำอย่างไรให้มันกระจาย
ออกไป และทำให้ทุกคนมีความสุข เกิดปัญญา ไม่อยากถอนจากสุขอันนั้นไปอีก
เลย
อ. ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม : ผู้ทรงคุณวุฒิ
คิดว่าสิ่งที่ สช. อยากได้จากการจัดประชุมมา ๓ ครั้ง คือแนวทางที่จะ
ดำเนินการต่อไป ที่จะทำให้การมีจิตใจที่ดีงาม กลายเป็นค่านิยมของสังคมไทย
ที่มีการปฏิบัติกันอย่างกว้างขวาง และยกระดับจากการปฏิบัติ เป็นขบวนการที่
ขับเคลื่อนร่วมกันหลายๆ ฝ่าย โดยเชิญชวนทุกฝ่ายให้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของ เป็น
เจ้าภาพร่วมกัน สิ่งซึ่งน่าจะสำคัญในการนี้ก็คือ ประชาชน ชาวบ้าน หรือชุมชน
ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่น เช่นที่หนองบัวลำภู ที่ละงู ซึ่งถึงแม้
โรงพยาบาลเป็นคนจัดการ แต่อาสาสมัครที่เข้ามาทำงานเป็นตัวหลักก็เป็น
ประชาชน กรณีของธุรกิจ คนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดการภายใต้การสนับสนุนของ
๒๔
สาระจากเวที
เติมหัวใจ ให้สังคม

