Page 29 - 180.สาระจากเวที เติมหัวใจให้สังคม ครั้งที่ 3 ตติยบท
P. 29
โคทม อารียา : สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
จากตัวอย่างทั้ง ๔ กรณี แนวทางหนึ่งที่เราควรทำ ประการแรก คือ การ
เปลี่ยนรูปแบบของการเป็นผู้นำ ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนจากผู้นำแบบใช้อำนาจ
สั่งการ มาเป็นผู้รับใช้ ผู้ให้โอกาส และผู้เสริมศักยภาพคนอื่น แบบที่มีคนตั้ง
สมญานามผมว่าเป็น “วาทยากร” ก็ได้ คือไม่ต้องเล่นดนตรีเองแต่ส่งเสริมให้มี
การเล่นดนตรีที่ไพเราะ ยกตัวอย่างที่
นามะเฟือง ผู้นำบอกว่า ปัญหาเยาวชนยัง
ไม่รู้คำตอบหรอก แต่ทำไปๆ มันก็ไปถึง
ปัญหาเหล้าเอง หรือการจัดการธุรกิจ ที่คิด
ไปคิดมาอาจจะไม่ใช่กำไรอย่างเดียว กำไร
อาจจะเป็นผลพลอยได้ที่เราจำเป็นจะต้อง
ยึดไว้ แต่องค์กรมีเป้าหมายอื่นคือปลดปล่อย
ศักยภาพของคนงาน เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว
ก็เป็นคนงานเองที่ต้องไปคิดเองหรือไปปฏิบัติ ประการที่สอง เป็นข้อพึงระวัง คือ
ผมเกรงว่า เราจะสื่อสารความดีกันมาก ระวังว่าเราจะติดความดีกันนะครับ เพราะ
มีหลายเรื่องที่ทำแล้วมันไม่ได้ผลทำแล้วล้มเหลว แต่มันคือการเรียนรู้ผลอาจจะ
ไม่ใช่ความดีแต่คือความจริง เป็นต้น ประการที่สาม เรื่องพื้นที่ทางสังคม จะปฏิบัติ
งานอะไรมันต้องมีพื้นที่ เช่น เทศบาล บริษัท โรงพยาบาล ตลาด วัด สนามกีฬา
โรงเรียน ซึ่งในพื้นที่โดยธรรมชาติเหล่านี้เขาจะถักทอสายสัมพันธ์กันอยู่แล้ว เรา
เพียงแต่อำนวยการ หรือเป็นวาทยากรให้เกิดการถักทอสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน
ทั้งแนวตั้งแนวนอน ประเด็นสุดท้าย ทั้งหมดนี้ผมอยากเสนอยุทธศาสตร์แม่ปู
เพราะผมมองว่าปูมันเป็นครูนิยม ปูเดินไม่ตรงเป็นเรื่องที่ดี เพราะขืนเดินตรงไป
เสมอ พอเจออุปสรรคก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ปูเมื่อเจออุปสรรคแล้วรู้จักถอย รู้จัก
อ้อม รู้จักเลี่ยง รู้จักข้าม แล้วปูแยกกันเดินเป็นไปได้ เพราะฉะนั้น เราจะมีเครือข่าย
โครงข่ายอะไรต่างๆ ก็ได้ แต่ต้องปล่อยให้ปูมันเดินไป ปูทำแต่ละอย่างไม่เหมือน
กัน ใครจะทำเรื่องนั้นเรื่องนี้เชิญเถอะครับ แต่อย่างน้อยปูรู้อยู่แล้วว่ามีคำตอบอยู่
ในสายลม อยู่ในสายใจ คำตอบอยู่ในใจแล้วว่าเราจะร่วมเดินทางกันไปเพื่อลดทุกข์
เพิ่มสุขด้วยกัน ถ้าเรารู้ทิศทางแบบนี้เราจะเป็นเหมือนปู
ตติยบท : ๒๙
ง่ายงาม...ตามวิถีแห่งการให้

