Page 33 - 180.สาระจากเวที เติมหัวใจให้สังคม ครั้งที่ 3 ตติยบท
P. 33
หยั่งรู้ หยั่งราก หรือกิ่งมันยื่นไอ้สิ่งที่เป็นความรู้ออกไป ผมเข้าใจว่ามันวนเวียน
อยู่แถวนี้ ทีนี้ก่อนจะเป็นผล มันก็ต้องคั้นความหวาน คั้นความอร่อย ไม่ใช่ความ
อร่อยอย่างเดียวคือลิ้น แต่ว่าตาที่เรามองเห็นสีมันสวย จากที่เขียวทึบๆ มันสุก
เหลืองอร่าม ผมก็จะเห็นเป็นสีอีกต่างหาก ก่อนที่จะเป็นผล มันยังเป็นดอกสีสวย
ด้วย มันไม่ได้สวยอย่างเดียว มันให้น้ำหวานด้วย แล้วมันก็เป็นผล ผมจะนึกอย่างนี้
แล้วก็จะเล่า
ทีนี้เส้นทางที่ผมเห็นทั้งหมดเป็นสิ่งสวยงาม
ทั้งหมดหรือ ก็ไม่ใช่ มันมีอุปสรรคด้วย เช่นดอกที่ไม่มี
แมลงมองมันจะรู้สึกอย่างไร หรือผลที่หนอนไชเมื่อยัง
ไม่สุก มันย่ามใจ กินไปทั้งที่ผลไม้ไม่ทันสุกมันเป็นยังไง
หรือ ความแล้ง ความร้อน ไฟไหม้ ผลที่มันแห้งหรือฝ่อไป
นี่มันรู้สึกอะไร มันอยากบอกอะไร ฉันต้องเหี่ยวเฉาไป
อ้าว! ฉันก็ภูมิใจนะ ฉันให้น้ำหวานนะ ทั้งหมดมันเกิดขึ้น
ชั่วขณะ มันอยากบอกอะไร เมื่อสองวันขึ้นไปบนดอยหลวง
ไปดูดอกไม้ ที่มันเหี่ยวมันแห้งมันพูดอะไร มันอยากบอก
อะไรกับเรา มันบอกมันเล่าเป็นเล่มเหรอ ทีนี้พอเราฝ่อใจกับตรงนี้ อาจารย์ประเวศ
บอกว่ามันเกิดนิวรณ์ หรือว่ามันเวอร์มันล้น ฉันมองว่าดอกของฉันสวย หรือต้น
ตายที่มันให้กิ่งให้ฟืน มันไม่ใช่ฉันตายนะฉันหว่านเมล็ดพันธุ์ไว้แล้วนะ ดูสิผีเสื้อ
เริงรำอยู่ ผึ้งยังบินอยู่ บางทีเรานึกแป๊บๆ ไอ้ต้นรู้ หรือต้นไม่รู้ ถ้าหากว่าไอ้ต้นไม่รู้
มันไปสู่ต้นรู้ มันก็จะเกิดประโยชน์ คำเมื่อกี้สวยมากเลย สุนทรียธรรมหรืออะไร
สักอย่าง ผมก็จะแว๊บขึ้นมาเลย มันปลูกยังไงนะ อีกคำคือ สุขภาวะ นี่ผมช่างโง่
เหลือเกิน สุขภาพผมก็นึกเหมือนชาวบ้าน นรกมันก็อยู่ใต้ดินน่ะแหละ ไอ้สุขภาวะนี่
นึกว่ามันเกี่ยวกับกาย ไม่ใช่ มันเกี่ยวกับใจ เพิ่งจะตีความแตกก่อนที่จะมาได้สองวัน
เท่านั้นเอง เนี่ย ! จนปูนนี้แล้ว แล้วจะบอกคนอื่นได้ยังไงเล่า
พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร : ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อมวลชน
เราพูดกันมากเรื่องพื้นที่ทำงาน เรื่องการสื่อสารความดี และเรื่องการ
ขยายผลงานที่เราทำออกไป ผมคิดว่าคุณนกได้พูดมาชัดเจนว่า ของทุกอย่างมันมี
ของมันอยู่ ศักยภาพมันมีเต็มเลย ของชิ้นเดียวที่เราดู ๓-๔ เรื่องนี่มันมีเรื่องให้เรา
ตติยบท : ๓๓
ง่ายงาม...ตามวิถีแห่งการให้

