Page 35 - 180.สาระจากเวที เติมหัวใจให้สังคม ครั้งที่ 3 ตติยบท
P. 35
เมื่อหายดีแล้วด้วยความเมตตาของหมอที่นั่นก็ให้
โอกาสเขาไปช่วยไปดูแลผู้ป่วยคนอื่น หรือผู้ป่วยมะเร็ง
ระยะสุดท้ายบางคนที่ยังอยู่ในสภาพที่ช่วยตัวเองได้ก็ให้
ไปขัดห้องน้ำ คือมีความรู้สึกว่า สิ่งเหล่านี้มันช่วย
เยียวยาตัวเขา เขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ในขณะที่
ต้นทุนชีวิตติดลบ หรือบางที่นำเรื่องจิตอาสาไปใช้กับ
เด็กซึ่งกระทำความผิด โดยให้เด็กที่มีจิตสาธารณะไป
เล่นดนตรีเปิดหมวก ไปช่วยสร้างบ้านให้กับตายาย ไป
ดูแลเช็ดอึเช็ดฉี่ให้ตายายในสถานคนชรา หรือว่าให้ไป
ลอกโคลนจากดินถล่มที่อุตรดิตถ์ คนเหล่านี้หลายคนเขามีจิตสำนึกสาธารณะ มี
จิตอาสา ถ้าเราทำให้เขารู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองได้ เขาจะไม่กลับไปทำความไม่ดีอีก
สังคมจะปลอดภัยขึ้น เป็นการใช้ความดีคืนคนดีสู่สังคมอีกด้วย
บัณฑิต ศุภกิจศิลป์ : เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เป็นการเล่าเรื่องที่ทำในบริษัทของตัวเอง บริษัทผมอายุน้อย เดือนหน้า
เพิ่งจะครบขวบปี มีสต๊าฟ ๘ คน กำลังจะเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง ผมดำเนินธุรกิจเหมือน
เป็นชีวิตของตัวเอง ดังนั้นในองค์กรผมจะคุยกับทุกคน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ผมจะ
ไม่ทราบเรื่องชีวิตเขา ครอบครัวเขาพี่น้องเขา สุขทุกข์ของเขา สิ่งที่อยากมอบให้
ทุกคนคือ ทุกชีวิตไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้เลย เป็นไปได้หมด และไม่มีข้อยกเว้นด้วย
ตัวอย่างคนขับรถผม ก่อนหน้านี้ทำงานที่ร้านอาหาร ผมจะพูดกับเขาเสมอว่า เริ่ม
งานกับผมด้วยการเป็นคนขับรถ แต่ไม่ใช่จบชีวิตด้วย
อาชีพขับรถนะ อยากพัฒนาไปเป็นอะไรเป็นเลย ผมให้
พนักงานทุกท่านเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ
ด้วยบรรทัดฐานของบริษัทคือ ทุกชีวิต ทุกตำแหน่งงาน
เท่ากันหมด เราก็จะให้เรียนทุกคน ในคอร์สก็จะมี
คุณพ่อผม ลูกผมด้วย พนักงานด้วย ก็สนุกกันใหญ่
คนขับรถเอารูปตัวเขาไปอยู่อวกาศ เขาทำแล้วก็มีความ
สุขชื่นใจ เรื่องที่ทำจึงมีทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ใน
เชิงธุรกิจผมคิดว่าทุกคนมาทำงานในองค์กรก็มุ่งเรื่อง
ตติยบท : ๓๕
ง่ายงาม...ตามวิถีแห่งการให้

