Page 153 - ESPORT
P. 153

คลิปเปิดการ์ตูน เด็กจําได้ ส่งสําเนียงได้ดี แต่ปัญหาของเครื่องเล่นอันนี้ มันทําให้เกิดการสื่อสารทางเดียว

               เป็นการสื่อสารไร้อารมณ์ อย่าลืมว่าเรื่องของภาษาจะภาษาอังกฤษ ภาษาจีน มันไม่ใช่เรื่องของการส่ง
               สําเนียงที่ถูกต้องที่ไพเราะ แต่ภาษาคือการสื่อสารของมนุษย์ ภาษาคนไม่ใช่การสื่อสารระหว่างคนกับสัตว์

               แต่เป็นการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ภาษาเต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก วัฒนธรรม การเรียนรู้ เต็ม

               ไปด้วยสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด แต่เด็กที่เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากการสื่อสารทางเดียว อาจจะได้สําเนียงที่ดี แต่เขาไม่

               สบตามคน ไม่สนใจการอยู่ร่วมกัน เขาสนใจการไปนั่งแยกตัวออกจากคนอื่น โดยใช้เครื่องมือที่เป็นสี่เหลี่ยม

               ก้อนเล็ก ๆ ที่อยู่ในมือ สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเขาอย่างเดียว เขาสนใจเสียงภาพที่มันเคลื่อนไหวเร็วมาก เป็นความ
               เคลื่อนไหวที่เขาบังคับได้ด้วยนิ้วมือตัวเองไถไปไถมา

                       เราก็รู้ว่าภาษาเป็นการสื่อสารพูดคุย เป็นสังคมของการรวมกลุ่มกันของคน แต่เมื่อไหร่เด็กได้ภาษา

               ด้วยสิ่งที่มันเกิดจากการแยกตัว เป็นคนละแบบกัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเด็กที่ภาษาอังกฤษคล่องเลย แต่

               แม่พูดไม่ได้เลย เป็นเด็กที่แม่ไม่มีเวลาดูเลย เอาโทรศัพท์วางไว้ให้เครื่องหนึ่งตอนแม่ขายของ เด็กก็ดูการ์ตูน

               ภาษาอังกฤษทั้งวัน จําเป็นท่อน ๆได้เลย รู้ว่าอย่างนี้ต้องพูดอย่างนี้ แต่ว่าประยุกต์ไม่ได้ แล้วไม่พูดกับ
               เด็กไทยเลย แล้วพอเจอฝรั่ง ได้ยินสําเนียงฝรั่งอาจจะมียิ้มน้อยยิ้มใหญ่บ้าง อยากไปหาเขาบ้าง แต่ด้วย

               ทักษะที่เข้ากับคนไม่ได้ เขาก็จะอยู่กับตัวเขาเอง พออนุบาลก็ยังพูดไม่ได้ จน ป.1 ก็ยังพูดไม่ได้ และยังไม่

               คบกับคนอื่นเลย อาจจะมียิ้มน้อยยิ้มใหญ่บ้างเวลาได้ยินเสียงภาษาอังกฤษจากคนอื่น จากครูที่สอน

               อังกฤษ แต่ไม่สามารถเข้ากับคนได้ พวกนี้ไม่สามารถคาดการได้เลยว่า โตเป็นผู้ใหญ่คนเหล่านี้จะเป็น
               อย่างไร จะทํางานร่วมกับมนุษย์ได้ไหม จะเข้าใจสังคมหรือไม่ หรือกลายเป็นภาพของการเลี้ยงดูที่ละเลย

               เป็นคนที่อยู่นอกสังคม ที่ไม่เข้าใจระเบียบวินัย ไม่เข้าใจทักษะสังคมอื่น ๆ ส่งผลต่อสังคมในอนาคต คน

               เหล่านี้มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการใช้เทคโนโลยีที่ผิดวิธีของเด็กที่อายุตํ่าว่า 2 ปี

                       สําหรับเด็กวัย 2 ปีขึ้นไป เราอาจจะบอกว่าเป็นวัยที่เรียนรู้อะไรได้บ้างแล้ว แต่ปรากฏว่าการเรียนรู้
               ที่บอกว่าต้องจํากัดชั่วโมง ให้เขาเรียนไม่เกิน 1 ชั่วโมงในการใช้สื่อหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ โทรศัพท์มือ

               เนื่องจากว่าเด็กวัย 2 ขวบ ถึง 5 หรือ 6 ขวบ สมองจะพัฒนาไปถึง 6 ขวบ และจะพัฒนาเร็วมากในช่วง 6

               ขวบแรก เขาต้องการพหุศักยภาพ คือศักยภาพหลากหลาย เขาต้องการพละกําลัง ต้องการการประสาน

               พลังของกล้ามเนื้อที่ดี ต้องการเรียนรู้ระเบียบวินัย ต้องการเรียนรู้การเข้าสังคม และภาษา เพราะฉะนั้นเล่น

               อยู่อย่างเดียวทั้งวันทั้งคืน ต่อให้ 2 ขวบแรกไม่เล่นเลย แล้วมาเล่นหลัง 2 ขวบ เขาก็จะไม่มีทางบรรลุ
               ศักยภาพที่หลากหลายในตัวคนคนนั้นได้

                       การออกแบบให้เขาเล่น จะเป็นเกม การ์ตูนหรืออะไรก็แล้วแต่ หรือจะเป็นเกมเด็กโตที่เด็กเล็กไป

               เล่นกัน หรือที่ระบบไม่ช่วยเตือนพ่อแม่ หรือระบบไม่ได้กีดกันเด็กเล็กออกจากระบบ ก็สามารถเข้าได้ สิ่ง

               เหล่านี้ทําให้เด็กติด คือเด็กใช้อยู่ช่วงภาวะหนึ่งแล้วนําไปสู่การติด
                       การติดก็แปลว่าสารต่าง ๆ ในสมองมีการเปลี่ยนแปลง ใช้ก็ชอบมีความสุขและใช้มากขึ้น ห้ามใช้

               ไม่ได้ ห้ามใช้แล้วมีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมอารมณ์ ตามสารสื่อสมองที่เปลี่ยนแปลงไป มีภาวะ



                                                           152
   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158