Page 158 - ESPORT
P. 158

เมาส์ในการขับเคลื่อนสูง เขาก็จะมาออกกําลังกายให้ แต่เด็ก ๆ ก็จะทําเฉพาะเวลาที่นักกายภาพมา นัก

               กายภาพจะให้โจทย์ ให้เด็กทําตาม น้อง ๆไม่ค่อยทํา ส่วนคนที่ชอบก็จะตื่นทํา ในเรื่องของกายภาพขึ้นอยู่
               กับเด็ก แต่เซเวียไม่ได้บังคับเด็ก นี่คือสิ่งที่เรายังไม่สามารถเอาชนะใจตัวเองในการออกําลังกายได้ เป็นเรื่อง

               ที่ต้องปรับปรุงกันต่อไป

                       ถามว่าเด็กเล่นเกมแล้วสุขภาพร่างกายแย่ลงไหม เวลาทําทีม E-Sport เด็กใช้เวลาเล่นเกมน้อยลง

               นี่คือข้อเท็จจริง ปกติถ้าน้องไม่ได้ทําทีม E-Sport ตื่นเช้ามาจะเล่นเกม จนกว่าจะพอใจ แต่ถ้าทําทีม E-

               Sport จะมีช่วงเวลาบางช่วงที่ไม่ได้เล่น แต่ต้องมาดูคลิปการแข่งขัน ดูคู่ต่อสู้ มีบางช่วงเวลาต้องมาประชุม
               แผน การประชุมก็คือประชุมออนไลน์กับคนอื่น ๆ ในทีม คือจะเล่นเฉพาะช่วงเวลาที่จะต้องซ้อมกับทีมจริง

               ๆ เวลาจะน้อยลงแต่จะเอาเวลาไปเสริมในการทําทีมมากกว่า

                       E-Sport มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีฮีโร่พูล คือจะมีตัวละครให้เลือกเล่นในแต่ละเกม จะมี

               Map ให้เลือก ซึ่ง E-Sport ในทุกสองถึงสามเดือนฮีโร่พูลจะถูกเพิ่มเข้ามา บางเกมอาจจะหกเดือนเพิ่ม Map

               ครั้งหนึ่ง บางเกมอาจจะสามเดือนเพิ่มที ซึ่งการเพิ่ม Map เพิ่มพูล จะทําให้รูปแบบเกมเปลี่ยนไป ซึ่งเด็ก
               จะต้องอัพเดทข้อมูลฝึกฝนให้ทัน ในภาษาเกมเรียกว่าเมต้า เราต้องตามเมต้าให้ทัน ทีมไหนตามเมต้าทัน

               ทีมนั้นจะได้เปรียบในการแข่งขัน ถ้าตามไม่ทัน เช่นมีฮีโร่ใหม่มาแต่ยังไม่มีน้อง ๆ คนไหนตามฮีโร่ตัวนี้ได้ทัน

               ทีมจะเสียเปรียบ Map ใหม่มาแล้ว เขาเรียกว่า Map Calling ทุกคนต้องจํา Map Calling ที่ใช้ในการแข่งขัน

               เช่น โถงกลางจุด 2 ทุกคนจะต้องรู้จักจุดนี้ เพราะฉะนั้นต้องเสียเวลาในการจํา เสียเวลาในการฝึกฝนจนเกิด
               ความชํานาญ Map จะต้องอยู่ในหัว จะเสียเวลานึกไม่ได้ เพราะมันคือเสี้ยววินาที นี่คือตัวอย่างให้เห็นว่าถ้า

               เด็กเป็นนักกีฬา E-Sport จะเล่นเกมน้อยลง



               ด้านจิตใจ
                       จากประสบการณ์นําทีมไปแข่งต่างประเทศ บอกได้เลยว่า เวลาแข่งที่ต่างประเทศ ฝีมือพอ ๆ กัน

               แต่การควบคุมสภาพจิตใจบนเวทีแตกต่างกัน ใครนิ่งกว่าคนนั้นชนะ ตามกฎผมเป็นโค้ชจะได้ใส่หูฟังฟังการ

               แข่งขัน ระหว่างที่เด็กกําลังแข่ง บางครั้งผลคือเด็กแพ้ แต่นํ้าเสียงของเด็กเหมือนเด็กไม่แพ้ บางครั้งเด็กแพ้
               เสียงเด็กเหมือนสูญเสียทุกสิ่ง ตอนนั้นเราต้องเข้าไปอุ้ม เป็นธรรมดาที่ต้องมีสมหวังผิดหวัง โดยเฉพาะเด็กที่

               อายุตํ่ากว่า 18 ปี เขายังไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้มาก เพราะฉะนั้นบางคนถ้าผิดหวังก็จะผิดหวังไปเลย

               อาจจะจมลึกไปเลย แต่ถ้าตราบใดที่เด็กมีสังกัดดูแล และการดูแลของสังกัดได้มาตรฐาน ยังดีกว่าที่เด็กไป

               ตั้งทีมแข่งกันเอง

                       เราต้องดูระดับความลึกของแรงกดดัน การแข่งขันมันเป็นระยะยาว tournament ต่อเนื่อง 5 – 6
               tournament พอมีแพ้แต่ก็ต้องเตรียมแข่งต่อไป เวลากําหนดเป้าหมายไม่เคยคาดหวังว่าต้องชนะ จะบอก

               เด็กเสมอว่าตอนอยู่บนสนามต้องสนุก จะได้มีแรงทํา รักในสิ่งที่ทํา

                       เรื่องที่กังวลที่สุดด้านสุขภาวะเด็กไม่ใช่เรื่องตอนทําทีม แต่เป็นตอนที่เด็กดังแล้ว ตอนนี้น่ากลัว



                                                           157
   153   154   155   156   157   158   159   160   161   162   163