Page 156 - ESPORT
P. 156
อย่างไรให้ผู้นําประเทศจริงใจในเรื่องนี้ เราจะเห็น รมว.วิทยาศาสตร์บ้าง กระทรวงดิจิตอลบ้างไปเปิดงานที่
ไหนก็ไปพูด ตอนนี้เรากําลังคิด White Internet สําหรับให้เด็กใช้ ถามว่าท่านทําถึงไหนแล้ว ยังไม่มีใครเริ่ม
เลยแม้แต่นิดเดียว แล้วจากไม่เริ่ม พอไปสัมภาษณ์อีกเรื่องหนึ่ง ท่านบอกไม่สอนให้เด็กรู้เท่าทันสื่อ White
Internet มันหมายถึงว่าเปิดไว้ Adult นั่นล่ะ เปิดมาแล้วมีตัวหนังสือเขียนว่าเด็ก ๆ ต้องทําอย่างไร สอน
ผู้ใหญ่ให้รู้ว่าเด็กต้องทําอย่างไร มีแค่นั้นล่ะ White Internet พวกนี้คือความไม่จริงใจ
พอมันมีธุรกิจมันเหมือนสินค้า ถ้าธุรกิจมาเกี่ยวข้องหลายประเด็น พวกนี้จะล้มยาก เปลี่ยนยาก มี
ความเกรงใจภาคธุรกิจ นอกจากไม่เกิดขึ้นแล้ว หากเกิดพวกค่านิยมซํ้าซ้อนแทรกเข้ามาใหม่ มันจะเพิ่ม
ความยากขึ้นมาเรื่อย ๆ E-Sport จะเป็นตัวหนึ่ง ถ้านอกจาก E-Sport มาอีก สอง สาม สี่ ห้า หก แต่ละอย่าง
เป็นธุรกิจที่ชื่อใหม่ เรื่องใหม่ แยกออกมา แต่บนฐานเดียวกัน คือหลอกมันทั้งเด็กทุกกลุ่มอายุ ทําให้ติด
งอมแงม ทําให้เล่นมาก ทําให้เสียเงิน เด็กชอบ อายน้อยก็ชอบเล่น แต่ว่าเกิดผลเสียหมดเลย แต่ว่าอยู่
ภายใต้ฐานกําไรมหาศาล
ถ้าเกิดรูปแบบนี้เสียบเข้ามาเรื่อย ๆ E-Sport เป็นตัวอย่างหนึ่ง ตี E-Sport อย่างเดียว ไม่ได้หรอก
ระบบมันผิดตั้งแต่แรก แต่ถ้าปล่อยให้ E-Sport เกิดขึ้นมา เดี๋ยวแบบอื่นก็มาอีก เดี๋ยวก็มีคล้าย ๆ มาอีก คือ
มันเกิดค่านิยมโน่นทีนี่ที เป็นรูปแบบซื้อของ เดี๋ยวทําคลิป ขึ้นมาโดยที่ไม่ดูว่าอันไหนเหมาะกับพัฒนาการ
ของเด็ก อันนี้ระบบมันไม่ได้แยกแยะ ความยากก็จะซํ้าซ้อนเยอะ เป็นความร้ายกาจตัวหนึ่งเลย มันไม่ใช่
เรื่องของ E-Sport ตัวเดียว มันเป็นเรื่องของทั้งระบบ พอขึ้นมาเป็นค่านิยม เด็กติดกันงอมแงม ร้านเกม
เปลี่ยนเป็นศูนย์กีฬา E-Sport จนหมดเลย เปลี่ยนชื่อกัน รายการทีวีทั้งหลายกลัวไม่ทันตลาดจัดเองเลย
แล้วก็แย่งตลาดกัน บางคนก็ส่งเซลล์ลงโรงเรียน แข่งแบบลีก คิดภาพใหญ่เลย แข่ง 77 จังหวัด ในโรงเรียน
ของคุณก่อน แล้วมาระดับชุมชน ระดับจังหวัด ระดับภาค ไประดับประเทศ ออกทีวี แบบนี้จบเห่เลย ตอนนี้
มันไปแล้ว แล้วลงแบบไม่จํากัดอายุ ประถมก็มี คุณครูก็นําเด็กตั้งกลุ่มซ้อม E-Sport ก็การกีฬาแห่งประเทศ
ไทยรับรองแล้วว่าเป็นกีฬา ความจริงมันไม่ใช่การออกกําลังกายอะไรเลย แต่ว่าใช้ชื่อเป็นสปอร์ตเพื่อความ
เท่ห์ แล้วตลาดก็ไปได้โลดก็เลยใช้กัน
จริง ๆ ถ้าทําระบบเรื่องนี้เมื่อสี่ห้าปีก่อนที่เราพยายามผลักดันเรื่อง 13 ปี ต้องมีระบบอินเตอร์เน็ต
ของเด็กขึ้นมาแต่แรก ทั้งหมดนี้ก็จะอยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน ความคิดเดียวกันหมด แต่ในเมื่อไม่เกิดและ
เลยมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เลยต้องมานั่งไล่แก้ไม่ให้มันปะทะ ไม่ให้มันกําเนิด ถ้ายิ่งเกิดมามากเท่าไหร่ ยิ่งแก้
ระบบใหญ่ยากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เราก็ต้องพยายามให้เกิดระบบใหญ่ขึ้นก่อน ที่สําคัญคือ พรบ.คุ้มครองเด็ก
จากสื่อออนไลน์ ล้อกับ พรบ.คุ้มครองเด็ก แล้วนําอายุของเด็กพัฒนาการของเด็กมาให้ชัดเจนว่า อายุ
เท่าไหร่ที่ต้องคุ้มครองเขา 100 % อายุเท่าไหร่ที่เขาจะรู้เท่าทันสื่อได้ ถ้าเราต้องคุ้มครอง 100 % ใครมีหน้าที่
สร้างระบบอินเตอร์เน็ตขึ้นมาให้ปลอดภัย บริษัท โทรศัพท์ ก็ต้องสอดคล้องกันและต้องทําพร้อมกันหมดเลย
ถึงจะไปได้
155

