Page 110 - hia_04_2010
P. 110
110
เสียงสะท้อนสุขภาพ
ป้ายผ้าข้อความว่า “มารวยมาพากูจน” จึงโบกสะบัดแทนถ้อยคำอธิบาย แต่ดู
เหมือนว่าเครือสหวิริยายังคงมุ่งมั่นก้าวเดินไปข้างหน้า โดยอ้างว่าหากก่อสร้าง
โรงถลุงเหล็กในพื้นที่อำเภอบางสะพานล่าช้าออกไป ยิ่งทำให้ประเทศชาติเสีย
ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการทั้งชัชวาล ปุญปัน จากภาควิชาฟิสิกส์
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.อาภา หวังเกียรติ จาก
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ยืนยันในทิศทางสอดคล้องกันว่า
อุตสาหกรรมเหล็กคืออุตสาหกรรมที่สกปรกติดอันดับต้นๆ ของโลก มลพิษจาก
โรงถลุงเหล็กก่อผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน และเป็นธุรกิจที่คุกคาม
สิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง ขณะที่ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด จากคณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันว่าโรงถลุงเหล็กเป็นธุรกิจที่ผลาญพลังงานสูง
แต่ได้รับผลตอบแทนต่ำ และจัดว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
แต่เครือสหวิริยายังคงยืนยันเช่นเดิมคือ ต้องเดินหน้าโครงการ และ
ล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2551 การลงนามระหว่างเครือสหวิริยากับบริษัทเอกชน
จากประเทศจีนให้จัดหาเครื่องจักรอุปกรณ์มีขึ้นท่ามกลางสักขีพยานที่ชื่อ
สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
วิน กรรมการเครือสหวิริยา แสดงความเชื่อมั่นอย่างสูงว่าอีกไม่นาน EIA
จะได้รับอนุมัติจาก สผ. และการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กในพื้นที่อำเภอบางสะพาน
จะเริ่มขึ้นภายในสิ้นปี 2551 หลังจากล่าช้ามานานกว่าปี โดยทุ่มเงินลงทุนไป
แล้วกว่า 4,000 ล้านบาท
ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมเหล็กจะกลายเป็นความเจริญที่ถูกปฏิเสธจาก
คนในชุมชนใกล้เคียงเท่านั้น ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฏร์ธานี ส่งจดหมาย
ถึงนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช โดยระบุเนื้อหาในจดหมายว่า ไม่ต้องการให้
นิคมอุตสาหกรรมเหล็กเข้ามาก่อสร้างในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เพราะ
ลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับอาชีพพื้นฐานของท้องถิ่นและไม่ได้เพิ่มมูลค่าให้กับ
ชุมชน

