Page 209 - art-HIA-22.indd
P. 209

¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
                                   วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร           209




                  º·¹íÒ                                          ระบุว่า แม้จะเริ่มมีการนำาระบบ HIA ไปศึกษาและใช้

                         จากการพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจและ     ในระดับชุมชนท้องถิ่นแล้วแต่ก็ยังประสบปัญหาขาด
                  สังคมของภาครัฐและเอกชนได้สร้างมูลค่ามากมาย     ความรู้  ความเข้าใจในเรื่องการประเมินผลกระทบ
                  มหาศาล  แต่ขณะเดียวกันได้ก่อให้เกิดปัญหามลพิษ   ต่อสุขภาพ  จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าประชาชนจำาเป็นต้อง
                  สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการเสื่อมโทรมของทรัพยากร    มีความรู้  ความเข้าใจ  ในเนื้อหาทั้งเชิงระบบและ

                  ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่เป็นผลพวงจากการ  กระบวนการ EIA/HIA ให้มากพอที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม
                  พัฒนาประเทศควบคู่ไปด้วย  สิ่งสำาคัญยังส่งผลกระทบ   กระบวนการ EIA/HIA ได้ โดยสามารถแสดงความคิด
                  ต่อสุขภาวะของประชาชนหลายๆ มิติทั้งทางกาย จิตใจ   เห็นที่อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการแทนที่จะเป็นการใช้
                  สังคมและปัญญา ซึ่งได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทาง  ความรู้สึกดั่งเช่นที่ผ่านมา  สิ่งเหล่านี้เป็นการเน้นย้ำาถึง
                  อ้อมที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น  ผลกระทบเหล่า  ความสำาคัญของ ประชาชน ชุมชน ในฐานะผู้มีส่วนได้/
                  นั้นล้วนมีสาเหตุจากการพัฒนา นโยบาย โครงการหรือ  เสียที่สำาคัญของโครงการ/กิจกรรมพัฒนาที่อาจส่งผล

                  กิจกรรมแทบทั้งสิ้น  สำาหรับประเทศไทยมีกลไกของรัฐ   ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดังนั้น ผู้วิจัยเห็นว่าแนวทาง
                  ในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง   แก้ปัญหาหนึ่งคือ การเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ
                  สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ปี พ.ศ.2518   เรื่อง  EIA/HIA  ด้วยกระบวนการและวิธีการต่างๆ
                  เริ่มมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวด-  ให้กับกลุ่มแกนนำาชุมชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังมีขีดจำากัดอยู่
                  ล้อมแห่งชาติ มีการปรับปรุงเรื่อยมา ปี พ.ศ.2521 เรื่อย  อีกมาก และจากการทบทวนวรรณกรรม ยังขาดกระบวน-

                  มาจนถึงปี พ.ศ.2535 เกิดเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ระบบ  การพัฒนาที่เอื้อประโยชน์ต่อการเพิ่มขีดความสามารถ
                  การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  (EIA)   ต่อมา   ของแกนนำาชุมชน  ด้าน  EIA/HIA  สำาหรับการเข้าไป
                                                     [1-5]
                  พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ  พ.ศ.2550  ได้ระบุ   มีส่วนร่วมในกระบวนการ EIA/HIA ได้อย่างเหมาะสม
                  ถึงบุคคลมีสิทธิได้รับรู้ข้อมูล  คำาชี้แจง  และเหตุผล   ผู้วิจัยจึงสนใจที่ศึกษาพัฒนากระบวนการเพิ่มขีดความ
                  จากหน่วยงานของรัฐ  ก่อนการอนุญาตหรือการดำาเนิน  สามารถของแกนนำาชุมชนด้านการประเมินผลกระทบทาง
                  โครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ   สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงการศึกษาระดับขีดความ

                  ของตนหรือของชุมชนและแสดงความเห็นของตนในเรื่อง  สามารถของแกนนำาชุมชนที่ได้เข้าร่วมกระบวนการเพิ่ม
                  ดังกล่าว รวมถึงมีสิทธิร้องขอให้มีการประเมินและมีสิทธิ  ขีดความสามารถฯดังกล่าว
                  ร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ
                  (HIA)  จากนโยบายสาธารณะ   เมื่อวิเคราะห์สภาพ   วิธีก�รศึกษ�
                                          [6-8]
                  การดำาเนินงานด้าน  EIA/HIA  ในประเทศไทยยังคง           รูปแบบก�รวิจัย
                  มีปัญหาอุปสรรคหลายประการด้วยกัน ปัญหาหนึ่งในนั้น       เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการบนฐานของชุมชน
                  ที่สำาคัญ จากรายงานศึกษา [9-14]  พบว่า ประชาชนรู้จักการ  (Community-Based Action Research : CBAR)
                  ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพน้อยมากและหลายภาคี      โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed
                  เครือข่ายยังมีความเข้าใจและความคาดหวังต่อ EIA และ   method) ทั้งในเชิงคุณภาพ (Quality research) และ
                  HIA ที่ไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน ซึ่งก็ไม่ได้สอดรับกับ  เชิงปริมาณ (Quantitative research)

                  เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ  พ.ศ.          ประช�กรและกลุ่มตัวอย่�ง
                  2550 ที่ได้เน้นย้ำาถึงสิทธิของบุคคลในการรับรู้และเข้าไป     ประชากรในการศึกษาครั้งนี้คือ  แกนนำาชุมชน
                  มีส่วนร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ  ซึ่งเป็นตัวแทนของชุมชนเป้าหมายที่อยู่ในและบริเวณ
                  จากนโยบายสาธารณะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชน   รอบพื้นที่ที่คาดว่าจะมีโครงการพัฒนา  โดยชุมชน
                  ชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจด้าน EIA/HIA ไม่เพียงพอ   เป้าหมายเป็นชุมชนที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำาบล

                  และยังสอดคล้องกับรายงานศึกษาในต่างประเทศ [15-17]    ปริก/เทศบาลตำาบลปริก (หมู่ 3, 4, 7), องค์การบริหาร
   204   205   206   207   208   209   210   211   212   213   214