Page 69 - PDF_merged
P. 69
“หากเรามองเห็นความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยและญาติ
ไม่ใช่ถือว่าเราเป็นบุคลากรการแพทย์ที่มีอ�านาจเหนือกว่า พื้นที่
ในการสื่อสารก็จะเปิดกว้างมากขึ้น จะช่วยให้เขาผ่านจุดนี้ไปได้
ดี การสื่อสารยังเป็นเรื่องส�าคัญมากระหว่างผู้ป่วยกับครอบครัว
ด้วย อะไรคือสิ่งที่เขาให้คุณค่า ท�าไมพ่อไม่อยากรักษา ท�าไมถึง
อยากตายที่บ้าน คนแต่ละคนให้คุณค่าต่อสิ่งต่างๆ ไม่เหมือน
กัน อย่างพ่ออาจต้องการเก็บเงินไว้ เพื่อช่วยให้ลูกมีชีวิตที่ดี
ต่อไป เขาจะไม่เหลือความภูมิใจในชีวิตถ้าเอาเงินนี้มารักษา
ตัวซึ่งสิ้นเปลืองและไม่เกิดประโยชน์ การเก็บเงินไว้ให้ลูกอาจ
มีความหมายมากกว่าที่เขาจะมีชีวิตยืนยาวต่อไป
“นี่คือสิ่งที่เป็นความหมายส�าหรับเขา แต่ลูกอาจอยาก
แลกทุกอย่างเพื่อให้พ่อได้รับการรักษาที่ดีที่สุด บางทีเราไม่กล้า
เปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจให้อีกฝ่ายรับรู้ จึงต้องมีพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่าย
ได้เปิดใจพูดคุยกันอย่างแท้จริง บางกรณีพ่อแม่มีลูกหลายคนที่
มีการรับรู้ที่แตกต่างกัน ถ้าฟังกันอย่างแท้จริงไม่ได้ก็จะน�าไปสู่
ความขัดแย้ง พ่อแม่พอเห็นลูกทะเลาะกันก็จะมีความทุกข์ แต่
ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี นี่คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ผู้ป่วยจะได้
รับจากคนที่เขารัก”
วรรณามองว่าถึงที่สุดแล้ว การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ไม่ควรเป็นเรื่องของปัจเจกแต่ละครอบครัวที่ต้องจัดการไปตาม
ก�าลังแต่ล�าพัง แต่เป็นเรื่องที่สังคมต้องตระหนักและร่วมกัน
สนับสนุน เกื้อกูลการดูแล เพื่อจะท�าให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้
รับการดูแลที่ดี และพร้อมส�าหรับการตายดีได้ เช่น มีระบบให้
68 ข้ อ ส อ บ สํ า คั ญ ชื่ อ ‘ค ว า ม ต า ย’

