Page 189 - ESPORT
P. 189

ไม่แก้แต่หนีปัญหา ปัญหามันก็จะเพิ่มขึ้นแล้วปัญหาอื่น ๆ มันก็จะเพิ่มขึ้น นี่ก็คือพฤติกรรมของคนที่มี

               อาการติดเกมทุกชนิด
                       หมอเป็นจิตแพทย์เด็ก ก็เห็นปัญหาที่พ่อแม่มาปรึกษาเกิน 15 ปีแล้ว หมอก็เลยน่าจะเป็นคนแรก ๆ

               ที่ค้นคว้าวิจัย ก็พบว่ามันมีแบบประเมินการวัดในการตอบแบบสอบถามเกี่ยวการติดเกม ก็เห็นว่าเมื่อ

               ประมาณ 10 ปีที่แล้วมีการติดประมาณ 10% แล้วต่อมาก็เพิ่มมาเรื่อย ๆ เป็น 10% 15% ตอนนี้คือกําลัง

               plan ที่จะทําอีกครั้งว่า ขณะนี้มีเด็กที่เล่นเกมจนถึงติดมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอันนี้ก็อาจจะตอบคําถามได้ว่า

               หลังจาก E-Sport เข้ามาปีหนึ่งถ้าเทียบกับเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ว่าการติดเป็นอย่างไร แล้วก็ดูการเล่นเกมของเด็ก
               ในแต่ละวันว่ามันมีเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน

                       ถ้าเมื่อ 5 ปี ที่แล้วเด็กในกรุงเทพเล่นเกมเฉลี่ยเล่นเกมประมาณ 20 กว่าชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าเฉลี่ย

               แล้วก็ประมาณวันละ 3 ชั่วโมง ได้มีการคุยกับ AIS ซึ่งเขาก็มี 2ส่วนคือ ส่วนที่สนับสนุน และส่วนของ CSR


               ด้านอารมณ์

                         เกมที่มันมีพฤติกรรมก้าวร้าว อันนี้มีการวิจัยจํานวนมากว่ามีส่วนที่ทําให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว

               เยอะขึ้น อารมณ์หงุดหงิดง่าย โดยเฉพาะเล่นเกมที่มีความรุนแรง แต่จริง ๆ แล้วการวิจัยบอกว่า ไม่ต้องเกม

               ที่มีความรุนแรง แต่ทุกเกมที่มีความแข่งขัน อารมณ์ของเด็กที่เล่นก็จะมีความรุนแรงขึ้น งานวิจัยแบ่ง
               ออกเป็นหลาย ๆด้าน ทั้งความคิด อารมณ์ พฤติกรรม

                       อีกอันหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับการเห็นอกเห็นใจคนอื่น การช่วยเหลือคนอื่นมันลดลง เหมือนที่เราเห็น

               ตามทุกวันนี้ที่เด็กมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น อย่างเช่น เด็ก ม.2 รุมทําร้านเด็ก ป.4 คนทั่วไปก็อาจจะมองว่าพ่อ

               แม่เขาเลี้ยงดูมาอย่างไร การที่พ่อแม่เลี้ยงดูก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่จริง ๆ มันก็เป็นจากหลาย ๆ ปัจจัยที่ทําให้เขา
               เป็นแบบนั้น ทางพฤติกรรมนอกจากก้าวร้าวก็ยังมีการด่ากัน การพูดคําหยาบ เพราะฉะนั้นความรุนแรงก็จะ

               แสดงออกทั้งทางพฤติกรรมและคําพูด และการที่เด็กด่าคําหยาบกับพฤติกรรมแรง ๆ มันก็จะทําให้เด็กเกิด

               ความเคยชิน


               ด้านสังคม

                        มันก็เลยมาเจอแต่สังคมที่รุนแรง เด็กอาจจะคิดว่านี่คือการที่เขามีเพื่อน แต่เพื่อนกลุ่มนั้นก็คือ

               เพื่อนที่พร้อมจะเป็นเด็กเกเรก็เลยไม่รู้ว่าการมีสังคมกับกลุ่มนั้นคือเรียกว่าดีหรือไม่ดี แต่เหมือนน่าจะไม่ดี
               มากกว่า แล้วมันก็ทําให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นลดลง ทักษะทางสังคมต้องอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์กับคน

               จริง ๆ ไม่ใช่มีปฏิสัมพันธ์ผ่านทางเทคโนโลยี เพราะมันไม่เหมือนกัน มันจะไม่สามารถทําให้เราเข้าใจ

               อารมณ์หรือความรู้สึกคนอื่นได้ โดยทั่วไปเวลาคนที่สื่อสารโดยผ่านเทคโนโลยีมันจะเกิดการสื่อสารโดยที่

               เราไม่ต้องคํานึงถึงความรู้สึกคนอื่นมากนัก พวกนี้จะมีผลต่อทักษะในการเข้าใจผู้อื่น ปฏิสัมพันธ์ เห็นอก
               เห็นใจผู้อื่นก็จะลดลง




                                                           188
   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193   194