Page 86 - hia_04_2010
P. 86
86
เสียงสะท้อนสุขภาพ
ดำเนินการออกไปเป็นปี พ.ศ.2543-2549
คาบเกี่ยวระหว่างช่วงปี พ.ศ.2547-2550 รัฐบาลและกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวหอมมะลิ และมีนโยบายส่งเสริม
การผลิตข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้ โดยการจัดตั้งโครงการผลิตข้าวหอมมะลิ
มาตรฐานเพื่อการส่งออกในทุ่งกุลาร้องไห้ เป้าหมายคือ การเพิ่มปริมาณผลผลิต
ข้าวหอมมะลิมาตรฐานเพื่อการส่งออก จากข้าวเปลือกที่ผลิตได้ในปี พ.ศ.2546
จำนวน 406,400 ตัน เป็น 569,900 ตันในปี พ.ศ.2550 ต่อมาปี พ.ศ.2551
กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำยุทธศาสตร์การผลิตข้าวอินทรีย์ในทุ่งกุลาร้องไห้
เป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์เป็น 722.55
ล้านบาท และเพิ่มมูลค่าการส่งออกข้าวอินทรีย์เป็น 1,238.66 ล้านบาท
ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายมุ่งหวังแต่ความสำเร็จ คือ การพัฒนาผลักดัน
ให้ข้าวหอมมะลิสู่มาตรฐานของการเป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก แต่ใน
ความเป็นจริง ต้นทางการผลิตข้าวหอมมะลิ คือ พื้นที่ผลิตกำลังเผชิญกับสภาพ
ความแปรปรวนของภูมิอากาศ ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นใน
อีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิให้เป็นพืชเศรษฐกิจ
ทดแทนข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เคยปลูกกินกันมามากมายสายพันธุ์ โดยไม่คำนึงถึง
สภาพทางภูมิศาสตร์ และ “แหล่งน้ำ” ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
มองบทเรียนโขง ชี มูล กับการจัดการปัญหาน้ำ
ถึงแม้รัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ จะมองเห็นความสำคัญของ
น้ำสำหรับหล่อเลี้ยงคนอีสานหลายสิบล้านคน และวางรากฐานดำเนินนโยบาย
การจัดการน้ำให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2532
ภายใต้โครงการขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “โครงการโขง ชี มูล” แต่งานวิจัยและผลการ
ศึกษาจำนวนไม่น้อยสะท้อนให้เห็นว่า โครงการฯ ดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบ
และสร้างปัญหาทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังแก้ปัญหาไม่ตก
เฉพาะการก่อสร้างเขื่อนราษีไศล ภายใต้โครงการโขง ชี มูล ผลการ

