Page 89 - hia_04_2010
P. 89
89
ประสบการณ์จริง HIA 5 พื้นที่ 5มุม
แนะรัฐเยียวยาสุขภาวะชาวนา
ดร.วิเชียรกล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวง
สาธารณสุข ควรร่วมมือกันรับมือภาวะโลกร้อน โดยกระทรวงเกษตรฯ ต้องให้
ความช่วยเหลือเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ขณะเดียวกันกรมชลประทานต้อง
ปรับปรุงพื้นที่ให้มีน้ำในฤดูแล้ง ณ วันนี้อย่าคิดแต่เพียงกักเก็บน้ำ ต้องคิดเรื่อง
การระบายน้ำออกด้วย เพราะเรื่องนี้จะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศในอนาคต
จึงเป็นเรื่องที่ทั้งกรมชลประทานและกรมที่ดินต้องร่วมมือกัน
“กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ควรร่วมมือกันกรณี
เกิดเหตุประสบภัยพิบัติทำให้ข้าวได้รับความเสียหาย ชาวนาเครียด มองเผินๆ
เราจะดูไม่ออก ต้องมีหน่วยบรรเทาด้านจิตใจเหมือนกรณีเหตุการณ์สึนามิ และ
ศึกษาว่า เวลาเกิดภัยพิบัติมีผลกระทบกาย จิต สังคมอย่างไร ต้องศึกษาทุกมิติ
เพราะงานของผมไม่ได้ศึกษาแค่ในมิติของสุขภาพ แต่มองเห็นผลกระทบที่จะ
เกิดขึ้น คนออกนอกพื้นที่ ถ้าไม่จำเป็นคนอีสานจะไม่ออกนอกพื้นที่ กระทรวง
สาธารณสุขเองต้องศึกษาเฉพาะโรคที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อย่างน้ำท่วม ฝนแล้งมี
โรคอะไร เช่น ฉี่หนู ปอดบวม ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอาจมีอยู่บ้างแต่
ไม่ได้นำมาวิเคราะห์ อย่างเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ที่ยโสธรน้ำท่วม ชาวนาดำนา
เท้าเปื่อย เพราะติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ต้องตัดขาตัดมือ เป็นโรคอุบัติขึ้น”
เกษตรกรทุ่งกุลาร้องไห้ก็เหมือนกับเกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ พวกเขา
ต้องการความมั่นคงทั้งในเรื่องของธรรมชาติ เศรษฐกิจ จิตใจ และสังคมที่
แวดล้อมอยู่รอบตัว แต่เมื่อใดฐานความมั่นคงของสิ่งต่างๆ เหล่านี้เริ่มสั่นคลอน
ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพในทุกๆ ด้าน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำการ
ประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) มาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ร่วมกัน
ของชุมชนทุ่งกุลาร้องไห้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

