Page 83 - hia_04_2010
P. 83
83
ประสบการณ์จริง HIA 5 พื้นที่ 5มุม
“อย่างผมทุกวันนี้มีหนี้ 3 แสนกว่าบาท เป็นหนี้กันเกือบทุกหลังคาเรือน
ส่วนใหญ่กู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กับสหกรณ์
กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์ และร้านค้าชุมชน โดยเฉพาะ 2-3 ปีมานี้ ชาวบ้าน
เกือบทุกหลังคาเรือนมากู้เงินจากร้านค้าชุมชน และกองทุนหมู่บ้านซึ่งมีเงินอยู่
2 ล้านบาทมากขึ้น” ผู้ใหญ่บุญยืนเล่าถึงสภาพหนี้ที่ทั้งเขาและลูกบ้านที่มีอยู่
ด้วยกันประมาณ 158 ครัวเรือน ต่างก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน
3 ปีมาแล้ว ที่บ้านตาหยวกไม่สามารถผลิตข้าวหอมมะลิเพื่อส่งออกไป
ขายต่างประเทศได้ มิหนำซ้ำใครจะเชื่อว่า แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิส่งออกแห่ง
ยังต้องสั่งซื้อข้าวจากจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกใน
หมู่บ้าน
“ผลิตไม่ได้เลย ข้าวปลูกก็ยังไม่พอ ต้องซื้อข้าวกิน เมื่อวานคณะกรรมการ
เอสเอ็มแอลของหมู่บ้าน ต้องไปเบิกเงินมาซื้อข้าวจำนวน 107 กระสอบๆ ละ
1,400 บาท สำหรับแจกให้กับครัวเรือนๆ ละ 50 กิโลกรัม บางครัวเรือนก็ไม่รับ
เพราะพอมีข้าว ใครที่ไม่มีก็ให้มาลงทะเบียนรับไป ผมถือว่าแย่นะ”
ห่างจากบ้านตาหยวกออกไปประมาณ 30 กว่ากิโลเมตร เข้าสู่เขตจังหวัด
สุรินทร์ ที่บ้านยางบ่อภิรมย์ ตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
กลับต้องเผชิญทั้งสภาพของพื้นที่ที่ทั้งแล้งและน้ำท่วมอย่างไม่น่าเชื่อ
บ้านยางบ่อภิรมย์ ตำบลนาหนองไผ่ มีทั้งพื้นที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งอยู่ติด
คลองจำนวน 5 พันไร่ พื้นที่แล้งกลางทุ่ง น้ำไม่สามารถเข้าถึงจำนวน 5 หมื่น
กว่าไร่ และพื้นที่น้ำท่วมอีก 5 พันไร่
“บ้านยางบ่อภิรมย์ มีทั้งนาในที่ลุ่มซึ่งเป็นจุดที่ได้รับน้ำจากคลองอย่าง
อุดมสมบูรณ์ และทุ่งดอกรักหรือนากลางทุ่งซึ่งประสบภัยแล้งเกือบทุกครัวเรือน
ครัวเรือนละ 5 ไร่ 10 ไร่ และ 20 ไร่ รวมทั้งโซนน้ำท่วมซึ่งมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำ
สายหลัก สภาพหน้าฝนถ้ามีพายุมามาก น้ำมูลซึ่งมีต้นน้ำอยู่ที่โคราชจะทะลัก
ลงมาท่วม พื้นที่น้ำท่วมบางเจ้าก็คนละ 10-20 ไร่ โซนนี้น้ำจะท่วมทุกปี อย่าง
ปีก่อนเจอพายุช้างสาร แต่ตอนนี้พื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่ชาวบ้านหันมาปลูกต้น
ยูคาลิปตัสกันมาก เพราะปลูกข้าวน้ำก็ท่วมเสียหาย แต่ถ้าปลูกยูคาฯ ไม่ว่าน้ำ

